ท่านอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล

ท่านอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล

วิปัสสนาจารย์แห่งสายธรรมเตโชวิปัสสนากรรมฐาน

ท่านอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล เป็นผู้ก่อตั้งมูลนิธิโรงเรียนแห่งชีวิต (School of Life Thailand)

และองค์กรโนอิ้ง บุดด้า เพื่อการปกป้องพระพุทธศาสนา (Knowing Buddha Organization : KBO)

โรงเรียนแห่งชีวิต ประสบความสำเร็จมาก และได้รับการยกย่องเป็น 1 ใน 5 โรงเรียนธรรมะชั้นนำจากนิตยสารในเครืออมรินทร์

ท่านอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล ได้เผยแผ่ธรรมแท้ที่กลั่นมาจากโพธิจิต จากการปฏิบัติภาวนาอย่างยิ่งยวดกว่า 20,000 ชั่วโมง อีกทั้งท่านยังเป็นผู้ก่อตั้งสถานปฏิบัติธรรมเตโชวิปัสสนาสถาน อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี มุ่งทุ่มเทอุทิศแรงกายแรงใจ ทำงานเพื่อพระพุทธศาสนาในการกระตุ้นจิตสำนึกชาวพุทธให้ตระหนักถึงหน้าที่ และทำในสิ่งที่พึงกระทำเพื่อปกป้องพระเกียรติพระศาสดา และพระพุทธศาสนาจากการลบหลู่ย่ำยีจากผู้ที่ไม่เข้าใจ

ปัจจุบัน ท่านอาจารย์สอนธรรมะที่เตโชวิปัสสนาสถาน และสถานปฏิบัติธรรมต่างๆ เป็นครั้งคราว ทั้งยังดำรงตำแหน่งประธานมูลนิธิโรงเรียนแห่งชีวิต และองค์กรโนอิ้ง บุดด้า เพื่อการปกป้องพระพุทธศาสนา

หน้าที่ที่ตั้งใจคือการมุ่งทำงานปกป้องพระเกียรติพระศาสดา และทำนุบำรุงพระศาสนาด้วยการสอนธรรม

ให้ผู้คนได้เข้าถึงธรรมที่แท้จริง

ชีวิตวิถีโลก : ชีวิตฆราวาสก่อนพบทางธรรม

ท่านอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล เกิดเมื่อวันที่ 28 กันยายน ปีพ.ศ. 2508 (ค.ศ.1965) ปัจจุบันอายุ 56 ปี ที่อำเภอบางกอกน้อย จังหวัดกรุงเทพมหานคร เป็นบุตรสาวคนที่สองของ บิดา ไชยยงค์​ วงศ์สกล และมารดา

สมจิตต์​ วงศ์สกล พี่ชาย วรวิทย์​ วงศ์​สกล

ด้านการศึกษา ระดับมัธยมศึกษา โรงเรียนสุวรรณารามวิทยาคม สำเร็จการศึกษา ปริญญาตรีด้านบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยศรีปทุม

การทำงาน

       

ท่านอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล มีประสบการณ์ทำงานกับหลายบริษัทในธุรกิจสื่อสารมวลชน เคยทำงานฝ่ายโปรโมชั่นบริษัทซีบีเอสเรคคอร์ด เป็นคอลัมนิสต์เขียนวิจารณ์เพลงและสกู๊ปแนะนำศิลปินหน้าใหม่จากต่างประเทศลงในหนังสือ ไอ.เอส.ซองฮิต เคยทำงานฝ่ายโฆษณาที่นิตยสารอินเวสเตอร์ เคยเป็นเจ้าของบริษัทโปรดักชั่นรับทำโฆษณาและสิ่งพิมพ์ เป็นเจ้าของบริษัทอันดามันฟิล์มผลิตภาพยนตร์ ปี พ.ศ. 2543 ได้เปิดบริษัทและร้านเพชร ST.Tropez Diamond ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าทุกครั้งที่มีการดีไซน์เครื่องเพชรและทำแฟชั่นโชว์ขึ้นมานั้น ล้วนเป็นงานที่มีความพิเศษไม่ธรรมดา เป็นนักธุรกิจเครื่องประดับที่ประสบความสำเร็จและมีชื่อเสียงของสังคม ปี พ.ศ. 2548 ได้รับรางวัลนักธุรกิจยอดเยี่ยมสาขาธุรกิจเครื่องประดับ Boss of the year  ได้รับเกียรติคุณคนดี รางวัลผู้หญิงคิดบวก ได้รับเลือกเป็นบุคคลชั้นนำ 1 ใน 500 คน จากนิตยสารไทยแลนด์แท็ตเลอร์ 5 ปีต่อเนื่อง

พลิกชีวิตสู่ทางธรรม

พ.ศ. 2549  ก่อตั้งมูลนิธิโรงเรียนแห่งชีวิต โดยท่านอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล เป็นประธานมูลนิธิ ท่านสละทรัพย์ส่วนตัวหลายสิบล้านบาทสร้างโรงเรียนแห่งชีวิตขึ้น เพื่ออบรมธรรมะสำหรับเด็กและเยาวชนให้ดำรงอยู่ในศีลธรรมโดยยึดหลักการสอนธรรมจากบทเรียนในชีวิตของนักเรียนเอง แทนการท่องจำตำราสอนให้เยาวชนมีแนวทางในการดำเนินชีวิต มองโลกอย่างถูกต้องซึ่งได้รับความสนใจและประสบความสำเร็จอย่างมาก เป็นที่กล่าวขานถึงในสังคมเป็นวงกว้าง

พ.ศ. 2554 ก่อตั้งสายธรรมเตโชวิปัสสนากรรมฐาน ภายหลังจากการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานอย่างเข้มข้นตามแนวทางของท่านอาจารย์โกเอ็นก้า ก็เกิดอัศจรรย์เมื่อสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ได้สื่อจิตมาสอนหลักปฏิบัติที่ไม่เคยมีใครได้รู้หลักการภาวนานี้มาก่อนท่านอาจารย์ได้ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานตามหลักสติปัฏฐานสี่ด้วยการตั้งสติเพ่งดูกาย เวทนา จิต ธรรม มีความเพียรภาวนาเผากิเลสอันเป็นวิธีปฏิบัติวิปัสสนาทางลัดตัดตรงสู่นิพพาน จนได้เข้าถึงธรรมอันกระจ่างอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นท่านอาจารย์จึงมีความปรารถนาที่จะถ่ายทอดวิชาการภาวนาขั้นสูงแก่บุคคลทั่วไป 

พ.ศ. 2557 ก่อตั้งนิตยสารข้ามห้วงมหรรณพ หรือ 5000s เพื่อให้โลกเห็นว่าโลกของธรรมไม่ใช่เส้นขนานกับโลกในชีวิตจริง ยิ่งมีธรรมสถิตอยู่กับใจมากเท่าไหร่ จะยิ่งเป็นผู้มีไลฟ์สไตล์ชัดเจนมากขึ้นเท่านั้น นิตยสารให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องทั้งทางโลก และทางธรรม เพื่อผู้อ่านได้สัมผัสถึงวิถีชีวิตที่สมดุล และก่อเกิดแรงบันดาลใจในการดำเนินชีวิตอย่างลงตัวทั้งโลกภายนอก และภายในจิตใจของผู้อ่าน

พ.ศ. 2560 ก่อตั้งสถานปฏิบัติธรรม “แสงธรรมโพธิญาณ” อ. หาดใหญ่ จ. สงขลา โดยได้รับบริจาคที่ดินและอาคารเรือนไม้หลังใหญ่ จาก ดร.ไพร พัฒโน นายกเทศมนตรีเทศบาลนครหาดใหญ่ ศิษย์เตโชวิปัสสนา เพื่อสร้างสถานปฏิบัติธรรม อบรมหลักสูตรอานาปานสติ และเตโชวิปัสสนา ให้สาธุชนทางภาคใต้ของประเทศไทยและใกล้เคียงได้มีโอกาสปฏิบัติธรรม ขั้นกลางและขั้นสูงอีกทั้งเพื่อให้ธรรมอันเข้มแข็งนี้แผ่ขยายสู่แดนใต้ของประเทศไทย สถานปฏิบัติธรรม แสงธรรมโพธิญาณ เปิดสอนคอร์สแรกเดือนตุลาคม พ.ศ. 2561

ผลงานด้านการเขียนหนังสือ

ท่านอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล มีผลงานการเขียนหนังสือที่เป็น Best Seller หลายเล่ม โดยผลงานหนังสือทั้งหมดเริ่มต้น ปี พ.ศ. 2548

ผลงานหนังสือภาษาไทย

  • ล้า...แต่ไม่ล้ม, Date : 5/2005, 224 หน้า, Thai,

  • เรือธรรม..ลำสุดท้าย, Date : 5/2005, 144 หน้า, Thai, ISBN 974-93531-7-X (paperback)

  • มีศีล..ก่อนจะสาย, Date : 3/2008, 185 หน้า, Thai, ISBN 9789749898864 (paper back)

  • เตโชวิปัสสนา เปิดประตูนิพพาน, Date : 2010, 228 หน้า, Thai, ISBN 9786169110187 (paperback)

  • วิปัสสนา...ฆ่ากิเลส, Date : 3/2011, 104 หน้า, Thai, ISBN 9789744968760 (paperback)

  • รู้..แล้วลุย, Date : 5/2012, 216 หน้า, Thai, ISBN 9786169110101 (paperback)

  • สิ้นชาติ...ขาดภพ (รู้..แล้วลุย 2), Date : 1/2012, 263 หน้า, Thai, ISBN 9786169110125 (paperback)

  • ฆราวาสบรรลุธรรม , Date : 3/2016, 340 หน้า, Thai, ISBN 9786169110170 (paperback)

  • ฆราวาสบรรลุธรรม II , Date : 7/2017, 426 หน้า, Thai, ISBN 9786168125007 (paperback)

  • มหันตภัยโลกร้อน กับความจริงที่ไม่มีใครพูดถึง , Date : 3/2019 , 296 หน้า , Thai , ISBN 9786168125076 (paperback)

หนังสือภาษาอังกฤษ    

  • Top Ideas in Buddhism and Famous Stories in Buddha's Time, Date: 09/2018, 208 Pages, English, ISBN 9786168125069

  •  Awaken from the Madness Date: 12/2018, 360 Pages, English, ISBN 974-93531-7-X (paperback)

งานด้านอื่นๆ

นอกจากงานเขียนหนังสือและการสอนธรรมแล้ว อัจฉราวดี วงศ์สกล ยังได้ก่อตั้งองค์กรโนอิ้ง บุดด้า เพื่อการปกป้องพระพุทธศาสนา(Knowing Buddha Organization) โดยมีจุดประสงค์ คือ ให้ความรู้ที่เป็นหลักปฏิบัติต่อพระพุทธเจ้า ปกป้อง และยับยั้งการกระทำลบหลู่และย่ำยีในสัญลักษณ์ของพระศาสดาก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2555 (ค.ศ.2012)

 

องค์กร โนอิ้ง บุดด้า เพื่อการปกป้องพระพุทธศาสนา ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เพื่อรณรงค์และให้ความรู้ ป้องกัน และยับยั้งการลบหลู่พระพุทธรูป สัญลักษณ์ทางพระพุทธศาสนา โดยทั้งสองฝ่ายตกลงกันที่จะประสานความร่วมมือกัน เพื่อปกป้องพระพุทธศาสนาด้วยการทำกิจกรรมเพื่อรณรงค์ ให้ความรู้ ป้องกัน และยับยั้งการลบหลู่พระพุทธรูป รวมถึงสัญลักษณ์ทางพระพุทธศาสนา ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ องค์กรฯ ยืนหยัดทำหน้าที่ปกป้องพระพุทธศาสนา ด้วยการให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในการปฏิบัติต่อพระพุทธรูปและพระสัญลักษณ์ เนื่องจากในปัจจุบัน มีการนำพระพุทธรูปและพระสัญลักษณ์มาลดทอนคุณค่าให้เป็นเพียง “งานพุทธศิลป์” เพื่อการประดับตกแต่งหรือเป็นเฟอร์นิเจอร์ บดบังคุณค่าที่แท้จริงที่มีไว้เป็นเครื่องรำลึกถึงพระพุทธคุณด้วยความกตัญญูและความเคารพ

เราไม่เพียงแต่ปกป้องพระพุทธศาสนา
แต่เราปลุกจิตสำนึกที่ดีงามในความเป็นมนุษย์”

อาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล