ความสำคัญและคุณค่าของภาวนาเพื่อแผ่นดิน


๑๙-๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๓

..

ภาวนาอีกแล้วเหรอ? ภาวนาแล้วจะช่วยชาติ ช่วยแผ่นดินได้อย่างไร? เชื่อแน่ว่าศิษย์หลายคน เมื่อได้บอกกล่าวแก่คนรอบข้างที่ไม่อยู่ในวงนักวิปัสสนา คงได้รับคำถามแนว ๆ นี้อยู่เนืองๆ ว่า เพียงแค่นั่งสมาธิ หลับตา หายใจเข้า หายใจออก มันจะไปช่วยชาติได้แน่หรือ มันต้องสู้กันตาต่อตา ฟันต่อฟันสิ ฝั่งนู้นจัดม็อบ ๆ มา เราก็จัดม็อบกลับไปต้านสิ พวกมันด่าในสื่อโซเชียลได้ เราก็ดาหน้าถล่มกลับไปไม่โกง แบบนี้มันถึงค่อยจะสมน้ำสมเนื้อ คำตอบและการกระทำเหล่านี้ เชื่อเหลือเกินว่า พวกเราคงได้ยิน และคุ้นตากับสภาพม็อบชนม็อบที่เกิดขึ้นในปัจจุบ้น แต่นั่นคือการแก้ที่ปลายเหตุและเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายหลายประการตามมา


เคยมีคำกล่าวที่ว่า “ถ้าไม่สามารถเข้าใจต้นตอของปัญหาได้ ก็ไม่มีทางแก้ไขได้”

หากเราคิดจะแก้ไขปัญหาต่างๆ เรื่องอะไรก็ตาม ให้ย้อนหาเหตุที่ต้นเรื่อง แล้วแก้ไขมันซะ และคงปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยในขณะนี้ ทุกสิ่งได้ย้อนไปสู่ต้นตอของปัญหาอย่างแท้จริง นั่นคือ ‘จิต’ เพราะจิตที่มีความอิจฉา ริษายา มักใหญ่ใฝ่สูง จิตที่เห็นประโยชน์ส่วนตนเหล่านี้ กลับทำได้ทุกการกระทำเพียงเพื่อให้บรรลุเป้าประสงค์ของตนที่ตั้งไว้ โดยมิได้คำนึงว่า ผิดศีลธรรมหรือไม่ ผิดจริยธรรมหรือไม่ ผิดต่อกฏหมายบ้านเมืองหรือไม่ แต่การเข้าไปแก้ปัญหาที่จิต ที่ทรงพล้งและมีพลานุภาพอันมิมีประมาณ ซึ่งวิปัสสนาจารย์นามว่า ท่านอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล ได้เล็งเห็นถึงปัญหาใหญ่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต จึงมีดำริและดำเนินการ ให้มีภารกิจใหญ่โดยใช้ชื่อว่า ‘งานภาวนาเพื่อแผ่นดิน’ ซึ่งการตั้งชื่อนี้ ช่างมีความหมายตามนั้นอย่างตรงตัวจริงๆ ซึ่งปีนี้ถือว่าเป็นการจัดงานดังกล่าวเป็นครั้งที่ 7 แล้ว


ท่านอาจารย์เคยเมตตาอธิบายให้กับทีมงานและเหล่าศิษย์ เพื่อไขข้อสงสัยให้กระจ่างดังนี้ว่า….

ใดๆ ในโลกนี้ ล้วนเกิดด้วยอำนาจของจิตทั้งสิ้น ที่ทะยานขึ้นไปบนดวงจันทร์ หรือรบราฆ่าฟัน แก่งแย่งชิงดี บ้าในอำนาจ ก็ด้วยจิตทั้งสิ้นที่เป็นตัวผลักดัน การจะแก้ปัญหาให้ถึงต้นตอ ก็ต้องแก้ที่จิต คือต้องชำระจิตที่หม่นหมองและหลงผิดให้กลายเป็นจิตที่สะอาดขึ้นมา หากเปลี่ยนจิตได้ จิตก็จะไปสั่งการให้เปลี่ยนพฤติกรรมทั้งหมด คิด พูด ทำใดๆก็จะไปในทางกุศล ดังนั้นการภาวนานี่คือการแก้ไขทั้งระบบ แก้แบบพลิกชีวิตไม่ใช่แก้ทีละเรื่องหรือแก้ที่ปลายเหตุ ...เป้าหมายในการภาวนาก็มีหลายระดับ ระดับแค่อยากได้ความสงบ อยากสะสมบุญกุศล ไปจนถึงอยากเข้าถึงพระนิพพาน ก็แล้วแต่ว่าใครมีศรัทธาในธรรมและในตนเองแค่ไหน

.

เมื่อโลกผลักดันด้วยอำนาจจิต โลกทั้งใบนี้เป็นกระแสพลังงาน จิตก็เป็นกระแสพลังงาน เมื่อรวมพลังชำระจิตให้บริสุทธิ์โลกก็จะมีสันติสุข ไม่เบียดเบียนห้ำหั่นกันเพราะมีจิตที่ดีงาม ด้วยคลื่นพลังงานที่ทุกคนส่งออกมาเป็นคลื่นฝั่งกุศลหรือเรียกแบบฝรั่งก็ เป็น Good Force ไม่ใช่ Dark Force แต่หากโลกหนักไปด้วยพลังมืด ที่เข้าไปแทรกอยู่ในจิตของแต่ละคน ก็จะผลักดันให้ทำแต่สิ่งที่วุ่นวายเดือดร้อนแก่กัน หากเราสามารถช่วยปรับคลื่นพลังงานให้สมดุลได้ คือไม่ให้มืดเกินไปและให้พลังบริสุทธิ์คุ้มครองแผ่นดินได้อย่างแข็งแกร่ง ก็เป็นการตอบแทนบุญคุณของชาติด้วยพลังภาวนาที่ยากนักที่จะทำได้ ทั้งยังเกิดเป็นอานิสงส์แห่งบุญที่ไม่มีประมาณ แทนที่จะหายใจทิ้งไปวันๆ หรือชำระจิตเพื่อความรอดของตน ก็ได้ตอบแทนบุญคุณแผ่นดินช่วยเหลือเกื้อกูลชาติ ลำพังการทำคนเดียวย่อมไม่มีกำลังเท่ากับร่วมกันภาวนาจำนวนมาก การช่วยส่งคลื่นพลังงานที่บริสุทธิ์ให้แก่ชาติ ก็จะทำให้พลังมืดถูกทอนกำลังลง ส่งผลให้ผู้คนก็จะคิดดีงามยิ่งขึ้น จากที่ดีอยู่แล้วก็จะเป็นพลังความดีที่ยั่งยืน จากที่ไม่ดีก็จะฉุกคิดการกระทำของตนขึ้นมา อีกทั้งพลังอกุศลก็จะถูกทอนกำลัง หรือสลายไปผ่านการอุทิศบุญ บ้านเมืองจะมีความสงบร่มเย็น ภัยพาลจากคนไม่ดีก็ไม่อาจก้าวล่วงขึ้นมาได้

..

เป็นคำตอบที่อธิบายได้ละเอียด แจ่มแจ้งชัดเจน ไร้ข้อโต้แย้งว่า การภาวนา ที่หลายคนปรามาสว่า การที่นั่งอยู่เฉยๆ นั้น กลับสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าวิธีอื่นๆ และในเมื่อเราซึ่งเป็นศิษย์แห่งท่านอาจารย์ ศิษย์แห่งสายธรรมอันแข็งแกร่ง ศิษย์แห่งนักรบที่ผ่านมาหลายสมรภูมิ บัดนี้เมื่อชาติต้องการเหล่านักรบเยี่ยงท่านทั้งหลายอีกคราหนึ่ง หากไม่ใช่ท่าน แล้วจะเป็นใคร อย่าลืมสิว่า เราเป็นกองทัพธรรมอันเป็นความหวังสุดท้ายแห่งพระพุทธศาสนา สยามประเทศจักดำรงคงอยู่ได้ต้องประกอบด้วยหลัก 3 สิ่งนั่นคือ ชาติ พระศาสนา และพระมหากษัตริย์ ขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งมิได้เลย

หากจะกล่าวว่า 'ฝึกภาวนานับพันวัน เพื่อใช้ในยามศึกสงคราม(จิต) เพียงครั้งเดียว' และครั้งเดียวที่ว่า กำลังจะเกิดขึ้นในวันเสาร์ที่จะถึงนี้ ถึงแม้ว่างานปีนี้ เรารับเฉพาะแค่ศิษย์ของสายธรรม ซึ่งแน่นอนว่า จำนวนผู้มาร่วมงานย่อมน้อยลงตามไปด้วย แต่คุณภาพสำคัญกว่าปริมาณ ด้วยหัวใจนักรบที่มีอยู่ในกายของทุกท่าน ด้วยการอบรม สั่งสอน เคี่ยวกรำจิตจากท่านอาจารย์ผู้ทรงธรรม เชื่อมั่นหรือเกินว่า ในวันนั้นด้วยการรวมตัวขุนทหารของทุกคน จะสร้างมหัศจรรรย์แห่งจิตให้เกิดขึ้นมาได้ สร้างปรากฏการณ์ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงให้ประเทศชาติเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ได้ในที่สุด

.

ทีมงานขอน้อมคำกล่าวที่กินใจจากท่านอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล ที่เคยเอ่ยต่อเหล่าศิษย์ ช่วงหนึ่งว่า..

“เราทุกคนไม่ได้คิดว่า จะเกิดมาเพื่อสิ่งนี้ แต่เมื่อโอกาสมาถึง ทุกคนคว้ามันไว้และตั้งใจทำอย่างดีที่สุด..”

เราจะคว้ามันและทำให้ดีที่สุดในวันนั้นโดยพร้อมเพรียงกัน เพราะเราคงไม่อยากเห็นภาพเยาวชน ลูกหลานของเราที่หลงผิดเพราะด้อยประสบการณ์ชีวิต ถูกชักจูงจากคนชั่วช้า สามานย์ไปในทางที่ผิด เพราะเยาวชนเหล่านี้คืออนาคตของชาติ เป็นอนาคตที่จะต้องดูแล บริหารประเทศรับไม้ที่ส่งต่อจากพวกเรา เราจะยอมให้คนคิดชั่วต่อแผ่นดินครองประเทศอย่างนั้นหรือ..ไม่มีทางอย่างเด็ดขาด

และรู้หรือไม่ว่า ในโลกนี้มีสองสิ่งที่รอไม่ได้ : หนึ่งนั้นคือ การแสดงความกตัญญูกตเวที, สองคือ การทำความดี แต่ในงานภาวนาเพื่อแผ่นดินนี้ พวกเราจะได้ทั้งสองอย่างพร้อม ๆ กันและเป็นการทำมหากุศลที่มีอานิสงส์อันไม่มีประมาณ ขอให้สลัดความกลัว ความกังวลใจใดๆ ในทางโลกสักครั้งหนึ่ง มาร่วมทำภารกิจอันสำคัญยิ่งกับท่านอาจารย์ในงานภาวนาเพื่อแผ่นดิน ..แล้วคุณจะเข้าใจและสัมผัสได้ถึงคุณค่าของทุกลมหายใจเข้า ออกของท่านทุกขณะที่ทำภารกิจนี้ว่า ช่างมีคุณค่ากว่าที่เคยหายใจมาตลอดชีวิตของท่าน

หมายเหตุ : สำหรับคนที่มาร่วมงานภาวนาเพื่อแผ่นดิน ท่านอาจารย์มีคำแนะนำ ดังนี้..

ก่อนเดินทางมาร่วมงาน ขอให้สวดพระคาถาชินบัญชร 3 จบ สวดพระคาถาพาหุงมหากา 1 จบ ระลึกถึงพระพุทธเจ้า คุณพระศรีรัตนตรัย พระไพรีพินาศ พระอริยสงฆ์แห่งแผ่นดินสยาม พระสยามเทวาธิราชเจ้า น้อมกราบทูลว่า ...ข้าพเจ้าจะมาภาวนาออกศึกปราบไพรีอัปรีย์จัญไร ให้พ้นจากแผ่นดินไทย ขอพลังปกปักษ์รักษาและความสวัสดีจงมีแด่ตนและครอบครัว ในการมาทำหน้าที่ ..วันนี้ เพื่อแผ่นดิน

.


============================

กำหนดการงานภาวนาเพื่อแผ่นดิน 2563

============================ วันเสาร์ที่ 19 ธันวาคม 2563 13:30 น. .....................ผู้เข้าร่วมงานภาวนาเริ่มลงทะเบียนเข้าร่วมงาน 15:00 น-16:45 น. ........รับประทานอาหาร 16:45 น. .....................เตรียมพร้อมลงภาวนา ณ บริเวณลานโพธิ์ 17:00 - 21:00 น. ........ภาวนาเพื่อแผ่นดินและอธิษฐาน 21:30 น. ..................... ผู้ไม่ประสงค์จะค้างคืนสามารถเดินทางกลับได้ ภายในเวลา 22.30 น. ...เข้านอนและพักผ่อนตามอัธยาศัย มีบริการอาหารรอบดึกหลังจบการภาวนา .. วันอาทิตย์ที่ 20 ธันวาคม 2563 04:45 น. ..............ตื่นนอน และทำภารกิจส่วนตน (ไม่ต้องอาบน้ำ) 05:00 น. ..............เตรียมตัวลงภาวนา ณ บริเวณลานโพธิ์ 05:15 – 7:30 น. ...ภาวนาและอธิษฐาน ภาวนาเพื่อชีวิตให้เป็นพลังกุศลเกื้อหนุนตนและ ครอบครัว อธิษฐานบุญเป็นกำลังเกื้อหนุนชีวิตของตนช่วยสลายกระแสอัปมงคลที่อาจติด มากับชีวิตและเป็นพลังบุญในการลดทอน กระแสวิบากกรรม 7:30 – 10:00 น. .....กราบรับพรจากท่านอาจารย์อย่างใกล้ชิด

09:00 น. …………ญาติโยมเข้ากราบนมัสการพระคุณเจ้าสัญชัย จิตตภโล 10:00 น. ................รถบัสเดินทางออกจากธรรมสถานกลับภูมิลำเนาโดยสวัสดิภาพ

.

ศิษย์ท่านใดที่ตัดสินใจจะเข้าร่วมภารกิจสำคัญต่อแผ่นดิน กรุณาลงทะเบียนเพียงช่องทางใดช่องทางหนึ่งเท่านั้น

1.ช่องทางเพื่อความรวดเร็วในการลงทะเบียนผ่าน Google Form (แนะนำ)

https://forms.gle/qBbC9YNuKZCdiDw27

2.ทางบุคคล

1.วันดี วงศ์รัศมีธรรม

เบอร์ 081 301 5424 // LineID: raypap

2.นัดดา รัตนมั่นคง

เบอร์ 089 099 8111 // LineID: nokkynokky

****************************************

ผู้ที่ประสงค์เดินทางโดยรถตู้ปรับอากาศทั้งไป-กลับ โดยคิดค่าใช้จ่ายท่านละ 250 บาท

กรุณาสำรองที่นั่งตามจุดที่รถออกได้ที่ :

วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร บางเขน

คุณสุทธินี จ่างสิริ

เบอร์: 0953859574 Line ID : Bababew

จุดนัดพบ: รถจะจอดด้านหลังของฝั่งพระเจดีย์ศรีมหาธาตุ

สวนลุมพินี

คุณนันทพร บุญปาลิต (คุณอ้อม)

เบอร์: 0894846600 Line ID : pipopipe

จุดนัดพบ

บริเวณป้ายรถเมล์ ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามตึก สก. โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย รถจะไม่สามารถเข้าไปจอดในเวิ้งพระบรมรูปรัชกาลที่6 นะคะ ขอให้ออกมารอบริเวณริมถนน

ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง สามารถโอนได้ตามข้อมูลด้านล่าง

บัญชี ทหารไทย (TMB) // เลขที่: 224-2-65748-0 // ช่อทิพย์ โอวีรวงศ์ ท่านใดที่โอนแล้ว ขอให้รบกวนแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อจดบันทึก และขอปิดรับการจองในวันอังคารที่ 14 ธ.ค. 2563 เวลา 16:00 น.

เวลาเดินทาง:

รถออกทั้ง 2 จุดในวันเสาร์ที่ 19 ธ.ค. พร้อมกันในเวลา 12:30 น. ขอความกรุณาตรงต่อเวลา

เวลากลับ :

รถออกวันอาทิตย์ที่ 20 ธ.ค. จากเตโชธรรมสถาน เพื่อเดินทางกลับกรุงเทพ เวลาประมาณ 10:00 น.

*** ท่านใดประสงค์ที่จะภาวนาเฉพาะวันที่ 19 ธ.ค. 2563 เพียงวันเดียว ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ให้ทราบเพื่อจัดเตรียมรถกลับกรุงเทพฯ หากประสงค์ที่จะพักค้างคืนที่ธรรมสถาน เพื่อภาวนาในวันที่ 20 ธ.ค. 2563 กรุณานำเต๊นท์มาด้วยเนื่องจากจำนวนเรือนนอนมีจำกัด .

.

คนกล้าหาญมิใช่คนที่ไม่รู้สึกเกรงกลัวต่อสิ่งใด แต่เป็นคนที่สามารถเอาชนะความกลัวที่มีได้

ท่านอาจารย์รอเหล่านักรบธรรมผู้หาญกล้า ที่มีใจกล้าหาญมาร่วมออกรบกับท่านอาจารย์ด้วยกัน

.

ทีมงานภาวนาเพื่อแผ่นดิน 2563

14 ธันวาคม 2563

ดู 50 ครั้ง