"จงเป็นผู้นั้น"


.

หลายสิ่งในโลกนี้มีเวลาอันเหมาะสมของมัน หากเราไปเร่งเกินไป สุดท้ายผลเสียจะมากกว่าผลดี แต่หากเราทำสิ่งใดไปตามครรลองที่เหมาะสม มีจังหวะที่พอดี ๆ ไม่ช้าจนเฉื่อย ไม่ผ่อนจนสูญเสียความหนักแน่น เป็นผู้รู้จังหวะ รู้เวลา เมื่อถึงเวลาที่ต้องลุยก็ต้องลุย ถึงเวลาพักต้องพัก หากทำสิ่งใด ๆ ในเวลาที่เหมาะสมจะมีแต่ผลดีมากกว่าเสีย

.

แต่...ใครเลยจะรู้ว่า ความเหมาะสม ความสมดุลในทุก ๆ เรื่องอยู่ที่จุดไหน ความสมดุล ทางสายกลาง เป็นพุทธปัญญาที่พระองค์ทรงค้นพบด้วยการบำเพ็ญมาถึง 4 อสงไขยกัป ดังนั้น หากเราซึ่งเป็นเพียงพุทธบุตรจะรู้จุดสมดุลทุกอย่างแบบไม่มีพลาดเลยก็คงเป็นผู้ที่โชคดีมาก แต่เมื่อผู้ที่พลาดแล้วนำมาบอกเล่าเป็นอุทาหรณ์ จะทำให้ผู้ที่ยังกำลังหาจุดสมดุล ได้ตระหนักถึงการดำรงตนให้ตั้งอยู่ในทางสายกลาง ที่ไม่ได้หมายถึงครึ่ง ๆ กลาง ๆ แต่หมายถึงการบาลานซ์ชีวิต บาลานซ์พลังงานของกายและจิต และการทำสิ่งใด ๆ ในจังหวะและเวลาที่เหมาะสม

.

คำว่าจังหวะชีวิต หรือบาลานซ์ชีวิต เป็นคำโฆษณาสวย ๆ ที่ฟังแล้วดูดี แต่มีความจำเป็นมากมาย หากไม่รู้จักสมดุลขึ้นมาเมื่อไหร่ ปัญหาจะค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นมา แล้วในเวลาที่เขาแสดงผลเขาจะแสดงแบบพายุมรสุมซัดมาโครมเดียวแทบเสียศูนย์

.

เมื่อเป็นพุทธบริษัทแล้ว "หน้าที่"... คำนี้คำเดียว จะเป็นเข็มทิศส่องทางให้รู้ว่า เราควรดำเนินชีวิตต่อไปอย่างไร ให้สมดุลและสมควรต่อฐานะที่ตนมีและตนเป็น ผู้ที่ได้แต่ใช้คำว่า “รัก” แต่ไม่ทำหน้าที่ คำของเขาก็เป็นเพียงอารมณ์ของกิเลส ที่ไม่ได้มีคุณค่าอะไรมากไปกว่าลมที่ปล่อยออกมาเป็นคำพูด

.

พ่อแม่เมื่อรักลูก ก็ต้องทำหน้าที่เลี้ยงดูและชี้ทาง ลูกเมื่อรักพ่อแม่ก็ต้องรู้จักตอบแทนและปกป้องบุพการี หัวหน้าครอบครัวก็ต้องดูแลครอบครัวให้เป็นสุข ความรักต้องมาพร้อมกับหน้าที่ บุคคลผู้มีหน้าที่ ก็ต้องดูแลสุขภาพของตนให้ดี หาไม่แล้วก็ไม่อาจจะมีสถานีไปทำหน้าที่ที่มีความรักเป็นจุดเริ่มต้นให้สำเร็จ ชีวิตของอาจารย์ พลิกมาสู่การเป็นวิปัสสนาจารย์ ด้วยการมีความรักเป็นจุดเริ่มต้น

.

เราเป็นกองทัพธรรม ที่เริ่มต้นด้วยความรัก

.

รักและเทิดทูนในพระบรมศาสดา รักและเคารพในครูบาอาจารย์ จากความรักนำมาสู่การทำหน้าที่...พุทธศาสนาจะดำรงอยู่ได้นานเท่าใดขึ้นอยู่กับพุทธบริษัท

.

ขอทุกท่านเป็นพุทธบริษัท ผู้รักษาพระพุทธศาสนาด้วยหน้าที่ ที่มีจุดเริ่มต้นมาจากความรัก อันเป็นการเติมคุณค่าชีวิตให้เต็มด้วยคุณธรรม ให้สมกับการได้ความเป็นมนุษย์ผู้ประเสริฐ ผู้อยู่ในภพเดียว หนึ่งเดียว ที่จะทำการหลุดพ้นจากวัฏสงสาร ให้เกิดขึ้นได้..... จงเป็นผู้นั้น

.

We are already in that one.. So be the One.

.

อาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล

ที่มา: คัดจากคำสอน “จงเป็นผู้นั้น” 5 ตุลาคม 2019

ดู 99 ครั้ง