“ชีวิตที่ต้องเดินต่อไป”


น้อมรำลึกถึงพระปัจฉิมวัจนะของพระบรมศาสดาไว้ให้มั่น แม้เคยฟังแล้ว จงฟังอีก แม้คิดว่าเข้าใจแล้วก็จงเข้าใจ ให้เข้าไปในจิตยิ่งขึ้นไปอีก

“อันว่าสังขารทั้งหลาย ย่อมมีความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลาย จงยังกิจทั้งปวงอันเป็นประโยชน์ของตน และประโยชน์ของผู้อื่น ด้วยความไม่ประมาทเถิด” .. ยังกิจอันเป็นประโยชน์ตน คือกิจที่ทำเพื่อความดีงามแห่งชีวิตและจิตวิญญาณ หาใช่กิจที่วิ่งหัวซุกไปตามการบงการของกิเลส คำว่าประโยชน์ คือสิ่งที่ให้ผลดีงามและยั่งยืน ชีวิตที่ได้ใช้ร่างนี้หายใจ เราทำให้เกิดประโยชน์จริง ๆ หรือยัง หรือได้ใช้ไปตามกระแสโลกมายา ใครว่ายังไง ก็ว่าตามเขา โดยไม่เข้มแข็งขัดขืน ทำในสิ่งที่ยกจิตใจของตนให้สูงขึ้น . ยังกิจอันเป็นประโยชน์ของผู้อื่น คือไม่มุ่งแต่ทำตามเป้าหมายของตน แต่ต้องเหลียวมองรอบข้าง สิ่งใดที่พึงทำให้ชีวิตมีคุณค่าได้ ต้องทำ ต้องไม่ละเลยไม่ทอดธุระ เพราะการทำสิ่งอันมุ่งแต่ประโยชน์ตนคือความเห็นแก่ตัว อย่าเป็นคนเห็นแก่ตัว โดยได้แต่ใช้ความเกื้อกูลใดที่ผู้อื่นทำให้แก่ตนและทรัพยากรที่ผู้อื่นฝากไว้ให้แก่ส่วนรวม มาทำเพื่อสนองความต้องการของตนฝ่ายเดียว นี่คือความเห็นแก่ตัวมาก พึงแบ่งปันกำลังกาย กำลังสติปัญญา กำลังทรัพย์ เกื้อกูลผู้อื่น เพื่อตอบแทนและเพื่อสร้างบารมีอันมีเมตตาธรรมเป็นต้น ด้วยบารมีที่เพียรสร้าง จึงจะเป็นเครื่องยกกำลังจิตให้สูงขึ้น

การที่เราเห็นคนมีความต่างกันทั้งหน้าตา ปัญญา ฐานะ ก็เพราะกรรมเป็นเครื่องปรุงแต่งสังขาร บ้างไม่เคยให้ทาน บ้างไม่เคยเกื้อกูลผู้อื่น บ้างเบียดเบียนผิดศีล จึงทำให้มีสังขารเช่นนั้น ต่อเมื่อชาตินี้ได้โอกาสเป็นมนุษย์ คือการได้โอกาสแก้ไข เราจะปล่อยให้มืดเหมือนเดิมหรือจะทำให้สว่างยิ่งขึ้น . ท่านทั้งหลายก็เช่นกัน ขอเชิญกลับมาสู่โหมดเดินหน้า ยังกิจที่เป็นประโยชน์ของตนและของผู้อื่น ด้วยความไม่ประมาท ดั่งพระปัจฉิมวัจนะที่พระบรมศาสดาทรงตรัสไว้ก่อนที่จะสังขารจะเสื่อมสลาย ไม่มีพระวรกายเนื้ออีกเลย

คัดจาก “ชีวิตที่ต้องเดินต่อไป” ถ้อยคำจากท่านอาจารย์ เมื่อ 30 ตุลาคม 2017