ชีวิตออนไลน์กับกฎของชีวิต


อาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล Online Life and Rule of Life ความที่ยุคนี้มีแต่เรื่องนวัตกรรมล้ำๆ เข้ามาเสมอ ทำให้เกิดแพตเทิร์นชีวิตแบบใหม่ทั้งภาคเศรษฐกิจ ธุรกิจ สังคม และวิถีชีวิต บางทีการอยู่ท่ามกลางวิถีแบบนี้ อาจทำให้คนหลงคิดว่ากฎตายตัวของชีวิต คือบุญบาป ไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวลหรือกลัวอีกต่อไป เพราะโลกก้าวมาถึงยุคนี้แล้ว ... อย่าหลงติดกับดักความคิดนี้ทีเดียว ทุกสิ่งมีชีวิตมีบรรทัดฐานในการได้สภาพนั้นมา การได้ความเป็นมนุษย์เกิดจากการมีคุณธรรมในใจอยู่บ้าง ไม่ว่าแพตเทิร์นชีวิตจะเปลี่ยนไปสู่ความหรูล้ำอย่างไร ก็เป็นสมมติอันนึงที่ให้บททดสอบคุณธรรมในใจคนเสมอ เทคโนโลยีไม่ได้เปลี่ยนความจริงว่า บุญและบาปที่เราสะสมไว้ เป็นเครื่องกำหนดชะตาชีวิตของตน ทั้งในปัจจุบันและอนาคต ทุกอย่างมีใจเป็นหัวหน้า ทั้งการกระทำออนไลน์และออฟไลน์ ทั้งทำในที่ลับหรือที่แจ้ง บนผืนฟ้าหรือผืนดิน บุคคลก็หนีไม่พ้นการต้องรับผลกรรมที่ทำไว้ทั้งสิ้น ... วิบากกรรมตามติดชีวิตได้อย่างไร? คนส่วนใหญ่ไม่ใคร่รู้ว่า จิตนั้นคือกระแสพลังงาน พลังงานไม่มีคำว่าสูญมีแต่แปรสภาพ และในจิตมีส่วนที่เรียกว่า “สังขาร” หรือส่วนจิตไร้สำนึก ที่ทำหน้าที่สะสมกระแสพลังงานการปรุงแต่งที่เป็นทั้งบุญและบาปที่บุคคลทำไว้ เมื่อถึงเวลาบ่มเพาะผลได้ที่ ก็แสดงผลออกมาเป็นกุศลหรืออกุศลวิบาก ดังนั้น ไม่ว่าจะทำกรรมไว้ที่ไหน เมื่อไหร่ มีจิตคิดอกุศลแม้เพียงเศษเสี้ยวของนาที ก็หนีไม่พ้นการบันทึกรหัสกรรม การกดไลก์ กดแชร์ การส่งคำด่าทอต่างๆ เหล่านี้ทำให้คนทำทั้งบุญและบาปได้เร็วชั่วพริบตาเดียว ดังนั้นจงช้าไว้บ้าง ไตร่ตรองให้มาก ชีวิตทั้งชีวิตอาจดิ่งเหวเพราะความเร็วด่วน . เคยมีผู้ถามอาจารย์ว่า เวลาโอนเงินทำบุญทางตู้เอทีเอ็ม จะได้บุญได้อย่างไร? คำตอบคือ เมื่อตั้งจิตคิดว่านี่คือทรัพย์ของเรา และตั้งจิตบริจาคไปสู่ผู้อื่น กระแสจิตนั้นก็บันทึกความเป็นเจ้าของทรัพย์และการกระทำนั้นแล้ว จิตไปลิงก์รหัสการทำบุญออนไลน์ว่า คือทำบุญผ่านช่องทางคลื่นพลังงานชั้นละเอียด ขั้นต่อไปก็จะเกิดการรอวันบ่มเพาะผลเพื่อส่งผลเป็นกุศลวิบาก ส่วนการบริจาคด้วยตัวเอง มีข้อดีกว่าก็คือ เมื่อได้อยู่ในเหตุการณ์ที่เป็นกุศล ได้พบเนื้อนาบุญอันประเสริฐ กระแสนั้นจะช่วยยกกำลังความเลื่อมใสศรัทธา และก่อให้เกิดปีติมากกว่าการทำบุญทางออนไลน์ ศรัทธามากกว่าพลังบุญก็เพิ่มได้มากกว่า อีกทั้งการได้เห็นทรัพย์ถูกสละออกไปด้วยตาเนื้อ ก็ช่วยยกกำลังการละความยึดมั่นถือมั่นได้ดีกว่าการคลิกอย่างเดียว . ดังนั้น คนยุคก่อนจึงดั้นด้นไปทำบุญหรือไปกราบไหว้พระอริยสงฆ์อริยเจ้า แทนการได้แต่อ่านหนังสือ การไปนั้นก็คือการพาตัวเข้าไปสู่เนื้อนาบุญ หรือปุญญักเขตตังได้ใกล้ชิดมากขึ้น คนไทยออนไลน์มากที่สุดในโลก อย่าให้โลกมายานี้ลวงหลอกให้ลืมสัจธรรม อย่าลืมกฎของชีวิต กฎของบุญและบาปที่เป็นตัวขับเคลื่อนชะตาชีวิต .. ระหว่างวันที่ 31 ต.ค. - 3 พ.ย. 2561 อาจารย์จะไปสอนวิปัสสนาที่ภาคใต้ ที่ธรรมสถานแสงธรรมโพธิญาณ ต.บ้านพรุ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ผู้ที่อยู่จังหวัดใกล้เคียง สามารถแวะมาฟังธรรมในวันสุดท้ายคือวันที่ 3 พ.ย.ในเวลา 14.00 น.ได้ สอบถามการเดินทางได้ที่คุณวิวัฒน์ เบอร์ติดต่อ 065-359-6549 .. และระหว่างวันที่ วันที่ 15-18 พฤศจิกายน 2561 อาจารย์จะเดินทางไปกราบนมัสการเยี่ยมพระคุณเจ้าสัญชัย จิตตภโล และพระภิกษุสงฆ์ที่สำนักสงฆ์ลานหินป่าโมกข์ จ.สุรินทร์ และไปสอนคอร์สวิปัสสนาพิเศษ สำหรับวันอาทิตย์ที่ 18 พ.ย. อาจารย์จะเทศนาธรรมให้แก่ญาติโยมจากถิ่นอีสาน ในเวลา 8:00 น. สำหรับท่านที่ประสงค์เข้าคอร์สปฏิบัติ หรือติดต่อสอบถามสถานที่เพื่อมาฟังธรรม กรุณาติดต่อโดยตรงที่ แม่ชีดวงมณี ตรงเที่ยง เบอร์โทรศัพท์ : 065-394-3402 .. ผู้ที่ติดตามเพจอยากพบอาจารย์แบบออฟไลน์ Slow down ชีวิตแบบวิถี Slow Life ด้วยธรรมที่จะอาบเอิบใจ ขอเชิญได้ทั้งใต้และทั้งที่ภาคอีสาน ..

อาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล 30 ตุลาคม 2018 .. ภาพจาก Pixabay.com

ดู 0 ครั้ง