techo.png

ตื่น....สู่การบรรลุธรรม


การบรรลุธรรม เกิดขึ้นกับผู้ใดก็ตามที่ฝึกฝนอบรมจิตอย่างจริงจัง เพื่อประหารกิเลสที่บีบคั้นจิต บุคคลผู้นั้น ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย จะเป็นพระหรือฆราวาส จะเป็นผู้ครองเรือนหรือถือสันโดษ หากได้ฝึกฝนวิปัสสนากรรมฐาน มีความเพียรอันไม่ย่อหย่อน รู้จักหน้าที่ รู้จักฐานะของตน รู้จักปฏิบัติภาวนาเป็นหน้าที่ การหลุดพ้นย่อมเกิดขึ้นได้

.

การหลุดพ้นเป็นเรื่องของจิต ไม่ใช่เปลือกนอกที่หุ้มกาย ฆราวาสผู้ครองเรือนถูกหลอกมานานว่าหลุดพ้นไม่ได้ ต้องออกบวชเท่านั้น จึงได้แต่พูดถึงพระป่า ได้เพียงไปกราบพระอรหันต์ ฟังธรรมย้อมใจแล้วไปนั่งฝันเพ้อถึงแต่กำลังจิตของผู้อื่นโดยดูหมิ่นกำลังของตนเอง แล้วก็ยอมจำนนกลับมานั่งเป็นทาสของกิเลสต่อไป ใช้ชีวิตอยู่ในวิถี กิน กาม เกียรติ เจ็บจมอยู่ในโลกธรรมแปด คือ มีลาภ เสื่อมลาภ มียศ เสื่อมยศ มีสรรเสริญ มีนินทา มีทุกข์ สุข ยอมพาตนให้จมอยู่ในวงจรแห่งสงสารอันน่าสลดสังเวชเอง พาตนให้ตกเป็นเหยื่อของบ่วงรัดร้อยใจ หลากหลายกลวิธีที่เขาอุปโลกน์ขึ้นมาให้เราหลงอยู่ด้วยความสุขอันจอมปลอมทั้งสิ้น ในที่สุดก็กลับมาสู่จุดเดิม

.

ตื่นเถิด ตื่นจากความลวง มองโลกให้เห็นอย่างที่มันเป็น พาจิตดวงนี้ออกจากสังสารวัฏ ให้การเกิดของเราในภพนี้ เป็นการเกิดครั้งสุดท้าย ให้การอยู่ในภพนี้ เป็นการสั่งลาสถานะทาส ... เราถูกหลอกมานาน เราถูกปกปิดความจริงมาช้านาน ได้แต่มองดูความสูงส่งของผู้อื่น ในขณะเดียวกันก็กดทับจิตสูงสุดของตนเองไว้ภายใต้คำว่า “มันเป็นไปไม่ได้” มันเป็นไปได้ ผู้ครองเรือนบรรลุธรรมได้ ... แม้กายยังสัมผัสพื้น แต่จิตไม่ติดกับสิ่งใด

.

จงตื่นจากความลวงร้อยรัดใจ ตื่นจากอารมณ์รักอันลุ่มหลงมัวเมา ตื่นจากความหลงใหลในความเพลิน ...ตื่นจากการติดหลงในนวัตกรรมที่เพิ่มความเป็นทาสในวัฏสงสารให้ยาวนานและหนาแน่นยิ่งขึ้น ... ไม่มีอะไรให้น่าคืนมาสู่อีก

.

จงมองดูคนในกระจก มองดูด้วยจิตที่ตื่นรู้ ถามตนเองว่า เรายอมให้ชีวิตจมลงไปที่ปลายทางเช่นที่เคย ที่เป็นมาจนหาภพชาติไม่ถ้วนอย่างนี้อีกละหรือ เรายังไม่อิ่มด้วยการเกิด ไม่เจ็บจำต่อความทุกข์ที่ถาโถม เราจะยอมจมอยู่ในวัฏสงสารในชาตินี้อีกเช่นนั้นหรือ

.

จงอิ่มกับชีวิตเถิด เชิดหน้ามองทุกสิ่งรอบกาย มันกำลังสลายไปเสื่อมไป หายไปเป็นธรรมดา จงยังจิตที่ไม่เคยเข้าถึงความเป็นธรรมดานี้ มองให้เห็นธรรมอย่างที่มันเป็น เริ่มจากธรรมเบื้องต้น แล้วเข้าสู่ธรรมเบื้องกลาง คือ การลงมือปฏิบัติอย่างจริงจัง จนได้เข้าถึงเบื้องปลาย คือการบรรลุธรรมในท้ายที่สุด .... จงตั้งจิตปรารถนาในการบรรลุธรรม ไม่มีเป้าหมายใดในชีวิตจะยิ่งใหญ่ไปกว่านี้อีกแล้ว เมื่อตั้งความปรารถนาแล้วจงปรับเปลี่ยนชีวิต เดินตามทางอริยมรรคอันมีศีลเป็นเบื้องต้น มีการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานเป็นหนทางสำคัญในการเคี่ยวกรำจิต ให้มีกำลังขึ้นมาเพื่อการหลุดพ้น อย่าหลงว่าการอ่านและการท่องอรรถธรรมคือแก่น เหล่านั้นเป็นเพียงแรงบันดาลใจเท่านั้น

.

ที่มา : หนังสือฆราวาสบรรลุธรรมเล่ม ๑

ผู้เขียน อาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล

ดู 52 ครั้ง