ประวัติศาสตร์ต้องไม่ซ้ำรอย


"ความจริงและความในใจ" หากปล่อยให้เขาทำลายหัวใจได้ เขาจะยึดได้ทั้งหมด มันเป็นการวางการศึกยึดแผ่นดิน ไม่ใช่แค่เรื่องริษยาสถาบัน .. ช่วงที่กรุงศรีอยุธยาเสียกรุงครั้งที่ 2 แม้เสียงปืนใหญ่จะอยู่ข้างนอก คนในเมืองก็ยังสราญกับสิ่งบันเทิงอยู่เลย มองไปแล้วใจหาย เราเดินทางมาถึงจุดนี้จริงๆ แล้วหรือนี่ มันเร็วเกินไป แต่มันไม่สายเกินแก้ ..

จากเพจที่เขียนเรื่องธรรมะ วันนี้อาจารย์ต้องหันมาเขียนปลุกจิตสำนึกกตัญญูเพื่อปกป้องชาติและสถาบันกษัตริย์แทบทุกวัน เพราะหากไม่มีสถาบันกษัตริย์ ก็ไม่มีชาติ คนปฏิบัติธรรมทั่วไป มักจะมองว่า ธรรมะไม่ควรไปยุ่งเรื่องของการเมือง แต่ปัญหาการหมิ่นชาติและสถาบันกษัตริย์ ไม่ใช่เรื่องการเมือง แต่เป็นเรื่องของชาติบ้านเมือง แต่ก่อนเวลามีปัญหาทางการเมือง ต่างฝ่ายต่างก็กล่าวว่าทำเพื่อชาติ แต่เมื่อลามมาถึงสถาบันกษัตริย์นี่คือขอบเขตที่เกินการเมืองแล้ว เวลาใครบอกว่า "อย่าไปยุ่ง เรื่องการเมือง" นี่รู้สึกเสียใจและสลดใจในความคิดแคบๆนั้น เขาอาจไม่ทันได้คิดว่ามันไกลกว่าการเป็นเรื่องการเมือง เพราะนี่คือเรื่องของการล้มล้างชาติพันธุ์กันเลย คงเป็นฝั่งล้มสถาบันเขาแยบยลที่เอาเรื่องการเมืองนำหน้า .. รู้หรือไม่ว่าชาติไทยนั้น หากไม่มีกษัตริย์ ก็ไม่มีชาติ และไม่มีศาสนา .. เพราะกษัตริย์คือผู้รวบรวมปวงชนให้เป็นปึกแผ่น ทรงเป็นผู้นำในการปกป้องแผ่นดินให้พ้นจากการรุกราน แล้วยังต้องดูแลอาณาประชาราษฏร์ แบ่งปันที่ทำกิน ต้องทำทั้งการศึกและการพาณิชย์ให้คนในชาติอยู่ดีมีสุขไปพร้อมๆ กัน กษัตริย์จึงคือผู้สร้างชาติ แล้วน้อมนำศาสนามาเป็นที่พึ่งทางใจให้พสกนิกรมีหลักปฏิบัติเป็นที่ยึดเหนี่ยว ดังนั้น เมื่อสถาบันกษัตริย์ถูกจ้องล้มล้าง จึงคือการมุ่งทำลายชาติทั้งหมด ทำลายหัวใจได้ ก็ยึดทั้งหมดได้ มันรุนแรงและเลวร้ายถึงขนาดนี้ มันเป็นการวางการศึกยึดแผ่นดิน ไม่ใช่แค่เรื่องริษยาสถาบัน .. หากสถาบันนี้ดำรงอยู่ไม่ได้ ต่อไปประเทศจะเป็นอย่างไร ก็ให้ดูชาติที่เขาบ้านแตกสาแหรกขาด ถูกต่างชาติเข้ามาชักใย ทำสงครามเพื่อฮุบทรัพยากรต่างๆ ของชาติไป เหมือนซีเรีย คูเวต ที่เมื่อถูกแทรกแซงแล้ว ประชาชนในชาติเขา โงหัวไม่ขึ้น พวกเขาสูญเสียทุกโอกาสในชีวิต แม้แต่จะได้อยู่เป็นปกติสุขก็ยังไม่ได้ ต้องหอบลูกจูงหลานเร่ร่อน คอยหลบระเบิด ทรัพย์สินใดที่มีที่ครอบครองไว้เอาไปไม่ได้ ที่จะซุกหัวนอนยังไม่มี เราจะปล่อยให้ชาติของเราไปสู่จุดนั้นได้อย่างไร เพราะเหตุนี้อาจารย์จึงต้องเขียนปลุกจิตสำนึกแทบทุกวัน .. การที่คนในชาติที่เห็นโพสต์เกี่ยวกับการปลุกจิตปกป้องสถาบันแล้วเมินหน้าหนี รีบเลื่อนไปดูเรื่องบันเทิง กิน เที่ยว ช้อปปิ้ง ทั้งยังบอกคนรอบข้างว่า เป็นเรื่องการเมือง อย่าไปยุ่ง นี่คือภาพสะท้อนเหมือนตอนเสียกรุงครั้งที่ 2 ไม่มีผิด.. เสียงปืนใหญ่อยู่หน้ารั้ว แล้วยังไม่เห็นภัยใหญ่หลวง ไม่ตื่นมาปกป้องชาติและอนาคตของตนเอง ฝั่งทำลายสถาบันเขาวางขุมกำลังเอาไว้ทั่วไปหมด คนเลวทั้งสามในนามของพรรคการเมืองของเขา เขาฝังความกลัวการแสดงออกเรื่องการรักสถาบันไปทุกที่ แม้กระทั่งเชิญชวนไปทำบุญให้ชาติที่วัดที่จะจัดในวันที่ 8 พฤศจิกายนนี้ บางวัดยังไม่กล้าให้เราบำเพ็ญกุศลเลย เพราะท่านกลัวว่า จะถูกถล่มจากกลุ่มคนที่จะล้มสถาบัน มันลามไปหมด .. เราจะอยู่ในมุมมืด จะเป็นเพียงผู้วางเฉย ไม่ใส่ใจต่อสถานการณ์ของบ้านเมืองหรือจะออกมาทำหน้าที่ปกป้องชาติจากภัยมืดที่ลุกลามไปทั่ว เริ่มต้นจากการวางยาพิษ กัดกร่อนศีลธรรมและปิดบังประวัติศาสตร์ของชาติ ของรัฐบาลยุคก่อน จนส่งต่อความชั่วร้ายผ่านพลังโซเชียลมีเดีย รัฐตามไม่ทัน ทั้งไม่เฉลียวและไม่ฉลาดมัวให้ความสำคัญในสิ่งที่ไม่สำคัญ แต่สิ่งที่เป็นรากฐานกลับปล่อยให้ถูกกัดกร่อนทำลาย ชาตินั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับรัฐบาลใดรัฐบาลหนึ่ง แต่ชาติ คือพลังของประชาชน รัฐบาลมาแล้วก็ไป แต่ประชาชนคือผู้ดำรงอยู่ตลอดไป ดังน้ัน ประชาชนต้องลุกขึ้นมาปกป้องสถาบันกษัตริย์ เพราะคือการรักษาชาติไม่ให้ถูกแทรกแซงและรุกราน .. ในทุกการศึกสงคราม ฝ่ายที่ตกเป็นผู้ตั้งรับอย่างเดียว ไม่มีวันชนะได้อย่างเด็ดขาด เพราะรากของศัตรูจะฝังตัวรอจังหวะและเวลาที่สุกงอม เพื่อถล่มล้มล้างชาติและสถาบันอีกครั้งใหญ่ แล้วในเวลานั้น เรา และท่าน ที่รักชาติรักแผ่นดิน จะอยู่ที่ไหน เราอาจตายจากไปแล้ว หรือแก่ชราจนสิ้นเรี่ยวแรง แต่วันนี้คนไทยผู้มีหัวใจกตัญญู ยังมีพอมีพลังอยู่ เราต้องลุกขึ้นมาปกป้องชาติและสถาบัน หาไม่แล้ว คนที่จะเสียใจและละอายใจที่สุด คือตัวเราเอง ที่วันนั้น ได้แต่เป็นผู้รอรับประโยชน์ เมามันกับการใช้ชีวิต มุ่งอยู่กับการทำมาค้าขาย มัวแต่ห่วงเรื่องรักษาหน้าและชื่อเสียง แต่ไม่คิดจะออกมาอยู่ข้างหน้าเพื่อปกป้องมาตุภูมิ .

ท้ายนี้ อาจารย์ขอเชิญทุกท่าน ร่วมทำบุญเพื่อเป็นพลังกุศลแก่ชาติ หากเราเชื่อว่ธรรมะย่อมชนะอธรรม นอกจากการแสดงพลังแล้ว ต้องไม่ละเลยพลังธรรมที่คุ้มภัยให้ชาติเสมอมา พลังธรรมจะเข้มแข็งได้ก็เมื่อคนในชาติมีศีลธรรม ดังนั้น อาจารย์จึงได้จัดงานบำเพ็ญกุศลนี้ทั้ง 17 จังหวัด ตามในลิ้งค์ มาร่วมสวดมนต์ แผ่เมตตา ถวายภัตตาหารพระภิกษุสงฆ์ แล้วอุทิศบุญนี้เพื่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ สิ่งที่ต้องนำมาคือ หัวใจที่มีความกตัญญูต่อชาติต่อสถาบัน เพียงเท่านี้ อย่างอื่นนอกจากนั้น เราเตรียมพร้อมไว้ให้ทั้งหมด

..

"ลุกขึ้นเถิด พี่น้องไทย อย่าให้ชีวิตสูญเปล่า รักชาติ แผ่นดินของเรา เหมือนดังพงษ์เผ่า ต้นตระกูลไทย"*

ลิ้งค์รายละเอียดการทำบุญใหญ่ให้แผ่นดิน https://www.facebook.com/5000sMagazine/posts/2323283354482740 .. อ.อัจฉราวดี วงศ์สกล 6 พฤศจิกายน 2020 . ** ที่มาจากเพลง ต้นตระกูลไทย

ดู 12 ครั้ง