ระวังตัณหา


. ความไม่กระจ่างในธรรม มักทำให้คนสับสนระหว่างระดับของ “ความต้องการ กับคำว่าตัณหา” . ตัณหา คือความไม่รู้จักอิ่ม . คำว่า ต้องการ ก้ำกึ่งกับคำว่า อยาก ต้องการก็คืออยากในระดับพื้นฐาน แต่คำว่า ตัณหา จะมีความทะยานเข้ามาผสมอยู่ในนั้นด้วย ในความเป็นมนุษย์จะให้ไม่มีความอยากเลยก็เป็นไปไม่ได้ เพราะในชีวิตขั้นพื้นฐานต้องมีความอยากอยู่บ้าง เช่น อยากรับประทานอาหารเพราะท้องหิว อยากมีบ้านเป็นที่คุ้มภัยให้รู้สึกอุ่นใจ อยากมีเสื้อผ้าที่เหมาะสมกับสถานะและอากาศ อยากได้ยารักษาโรค อยากได้โอกาสชีวิตและโอกาสในการทำคุณงามความดี คือหากพูดด้วยคำทางการก็ต้องบอกว่า มีความต้องการ แต่หากจะพูดให้เข้าใจง่ายก็เหลือแค่คำว่า อยาก . ความอยากอันเป็นพื้นฐานไม่ถือว่าเป็น ตัณหา . ลักษณะของตัณหา จะมีอาการทะยานและรุ่มร้อนแฝงอยู่ และมีการเตรียมหยั่งรากความติดใจและยึดมั่นอยู่ในนั้นด้วย คือ เมื่อสมอยากแล้ว จิตไม่วาง จะมีอาการทะยานไปแสวงหาสิ่งอื่น ๆ ต่อไป ลักษณะสำคัญอีกประการของตัณหาคือ การผลักไสจิตไปติดอยู่ในเงื่อนไขของโลกธรรมแปด ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข จากสี่กลายเป็นแปด คือ มีลาภเสื่อมลาภ มียศเสื่อมยศ มีสรรเสริญมีนินทา มีสุขมีทุกข์ . จิตที่หลุดพ้นคือจิตที่ปราศจากตัณหา หากยังแยกไม่ขาดกับคำว่า ตัณหากับอยากธรรมดา ก็ขอให้ตีลงไปที่เมื่อใดที่ความอยากของเราเป็นไปเพื่อการได้ลาภ ได้ยศ ได้สรรเสริญ และสนองความสุขอันเกินพื้นฐาน นี่แหละคือ ตัณหา . ตัณหา คือเหตุแห่งการสร้างภพ การละตัณหาให้อ่อนกำลังลง จะทำให้พลังการยึดจิตไว้สะเทือนมาก เพราะเป็นการตีลงมาที่เหตุตรงตัว

ตัณหา มีพลานุภาพเพียงนี้ แล้วไยจึงไม่สอดส่องระวังจิตไม่ให้ติดตัณหา อยากแล้วอิ่ม คือ ธรรมชาติ อยากแล้วไม่รู้อิ่ม คือ ตัณหา

อยากที่มาพร้อมความรุ่มร้อน คือ ตัณหา เย็นและสงบระงับ คือ การปราศจากตัณหา . ระวังตัณหา ระวังตัณหา . อาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล ที่มา: คัดจากเรื่อง “ระวังตัณหา” Techoblog 24 สิงหาคม 2558

ดู 14 ครั้ง

โพสต์ล่าสุด

ดูทั้งหมด