เจ้ากรรมนายเวรและกฎโลกวิญญาณ


.

วิถีกรรม ไม่มีใครขวางได้

เมื่อถึงเวลาต้องรับวิบาก ขอให้ตั้งรับด้วยความอดทนอดกลั้นว่า

เพราะความมืดบอด วันนี้เราจึงต้องเจ็บปวด

และเมื่อกรรมแสดงผลลัพธ์ชัดเจนได้

ก็ย่อมเป็นที่แน่นอนว่า หากเราเพียรสร้างกรรมดี ย่อมได้รับผลดีแน่นอน

กรรมจะส่งผลแบบเลือกข้างไม่ได้ แค่เลือกจังหวะเวลาเท่านั้น

กรรมนั้นยุติธรรมเสมอ มีแต่เรานั่นแหละ ที่ไม่ยุติธรรมต่อผลกรรม

ดังนั้นขอจงหนักแน่นในความดี

.

เวลาบุคคลประกอบกรรม จะเกิดเป็นกระแสอกุศลกรรมฝังไว้ในจิตสังขาร เหมือนเป็นข้อมูลหรือชิปฝังอยู่ในจิตว่าทำอะไรเอาไว้และยังมาผนวกกับการมาฝังแฝงหรือคอยตามชดใช้เอาคืนจากเจ้ากรรมนายเวร ทำให้จิตสังขารหนักขึ้นไปอีก แต่หากเจ้ากรรมนายเวรอโหสิกรรมให้ ถอนการจองเวรแล้ว ก็จะเหลือแต่รหัสกรรมที่กระทำเอาไว้ ซึ่งก็ทำจิตสังขารเบาขึ้นมานิด และทำให้เวลาเสวยวิบากก็เบาบางลง ดังนั้นเมื่อไม่สามารถเลี่ยงกฎแห่งการส่งผลได้ เพื่อลดทอนวิบาก หากบุคคลประกอบกรรมดีและมีใจน้อมเห็นผิดในสิ่งที่ตนทำไว้ ทำกุศลกรรมที่เสมอกับกรรมที่ตนเบียดเบียนเขาไว้ แล้วอุทิศบุญนั้นชดใช้หนี้กรรม จนเจ้ากรรมนายเวรเมตตาและอโหสิกรรมให้ การจะให้เจ้ากรรมอโหสิให้ต้องเป็นบุญที่สูงเสมอกรรม เช่น หากไปฆ่าคนตายอย่างโหดเหี้ยม แล้วสำนึกผิด ไปทำบุญตักบาตรถวายสังฆทานอุทิศให้ ก็ไม่ถือว่ามีบุญเสมอกัน เพราะบุญนี้เป็นอามิสทานเกิดเป็นโภคทรัพย์ ไม่ได้เป็นการยกภพภูมิแต่อย่างใด ต่างจากการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานด้วยความตั้งมั่นพากเพียร แล้วอุทิศบุญไปให้เจ้ากรรม บุญจากวิปัสสนาเป็นบุญยกชีวิตเพราะเป็นบุญที่ทำให้ผู้ภาวนาได้ประกอบบุญที่ยกภพภูมิชีวิตของตนในกาลข้างหน้าได้ เมื่ออุทิศบุญนี้ให้เจ้ากรรม จิตเขาจะมีสิทธิ์เข้ามาสู่กระแสบุญได้ ทำให้เกิดการเปลี่ยนภพภูมิ จากสัตว์ขึ้นเป็นเทพได้ทีเดียว เมื่อเจ้ากรรมได้รับการปรับภพเช่นนี้ เขาก็ย่อมอโหสิกรรมให้

.

การจะขอขมาต่อผู้ใด ไม่ใช่เอาแต่ประโยชน์ของตนเป็นตัวตั้ง คิดแต่ไม่อยากรับบาป กลัวผลกรรมแต่ไม่เคยคิดถึงการกระทำที่ตนทำให้ผู้อื่นเจ็บช้ำขนาดไหน หากไม่รู้สำนึกจะมีผู้ใดให้อภัย ต่อเมื่อสำนึกแล้ว ขอขมาด้วยใจและปิยวาจาอันอ่อนหวาน อีกทั้งเพียรภาวนาเพื่อแบ่งบุญชดใช้ เขาย่อมเมตตา ใครที่ติดคำว่า “อโหสิ ๆ” ขอให้ปรับและตรองเสียใหม่ เพราะหากยังไม่คิดน้อมใจ วิบากอาจมาลงหนักยิ่งขึ้น เพราะไปทวีความแค้นให้กับเขา

.

ขอให้การพลาดพลั้งของเราครั้งนี้ เป็นความผิดในชีวิตครั้งสุดท้าย เพียรสร้างกุศลกรรมด้วยการภาวนาเพื่อสร้างเหตุที่จะทำให้เราได้รับผลเป็นผู้ชนะตนเองอย่างถาวร ไม่ต้องกลับมาในวัฏฏะนี้อีก

.

อาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล

ที่มา: คัดจากเรื่อง “เจ้ากรรมนายเวรและกฎของโลกวิญญาณ” หนังสือฆราวาสบรรลุธรรม เล่ม 1

ดู 23 ครั้ง

โพสต์ล่าสุด

ดูทั้งหมด