"ยอมรับใส่ความเท็จ เมื่อดำเนินคดีทางกฏหมายจึงยอมขอขมา"


คำขอขมาต่ออ.อัจฉราวดี วงศ์สกล จากผู้ใส่ร้ายให้เสื่อมเสีย .. ตามที่มีบุคคลหลายคนได้แสดงความเห็นเขียนข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก โดยมีถ้อยคำ กล่าวหาดูหมิ่น หมิ่นประมาท อาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกลและสายธรรมเตโชวิปัสสนากรรมฐานนั้น ต่อมาอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล ได้มอบหมายให้ทนายความดำเนินการฟ้องคดีอาญากับบุคคลที่เขียนข้อความดังกล่าวแล้ว . ทั้งนี้ ได้มีบุคคลจำนวน 2 รายที่ถูกฟ้อง ได้เจรจาขอไกล่เกลี่ยโดยความสำนึกผิด ขอขมาอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล และยอมขอโทษผ่านทาง Facebook ของตน ทั้งลงข้อความขอโทษผ่านทางหนังสือพิมพ์ . คำขอขมาของรายที่ 1 มีเนื้อความว่า "ข้าพเจ้าขอกราบขอขมาท่านอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล ที่ได้กระทำการหมิ่นประมาท ดูหมิ่น เสียดสี ด้วยวิธีการโฆษณาข้อความผ่านเฟซบุ๊กที่เป็นของข้าพเจ้า ซึ่งข้อความทั้งหลายที่ข้าพเจ้าได้เขียนให้ปรากฏนั้น ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ข้าพเจ้ากระทำไปด้วยความหลงผิดและถูกชี้นำจากผู้ประสงค์ร้ายต่อท่านอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล บัดนี้ ข้าพเจ้าได้สำนึกในการกระทำและทราบดีแล้วว่า ท่านอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล เป็นผู้ปฏิบัติดี และทำนุบำรุงปกป้องพระพุทธศาสนาอันควรแก่การเคารพนับถือยกย่องเชิดชูให้เป็นแบบอย่าง ตลอดจนยังเป็นผู้อบรมสั่งสอนวิปัสสนากรรมฐานตามหลักคำสอนว่าด้วยแม่บทสติปัฏฐาน 4 ของศาสนาพุทธทุกประการทั้งนี้ ข้าพเจ้าให้คำมั่นสัญญาว่าจะกลับตนเป็นคนดีและจะไม่กล่าวให้ร้ายต่อท่านอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล อีกต่อไป จึงประกาศมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน" .... คำขอขมาของรายที่ 2 มีเนื้อความว่า "ข้าพเจ้าผู้ซึ่งเคยแชร์ข่าวและเผยแพร่ข้อความวิพากษ์วิจารณ์ ดูหมิ่น เสียดสี นางสาวอัจฉราวดี วงศ์สกล ผ่านเฟซบุ๊กซึ่งได้กระทำไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์และไม่มีเจตนาจะดูหมิ่น หมิ่นประมาท เสียดสี นางสาวอัจฉราวดี วงศ์สกล ให้ได้รับความเสียหายต่อชื่อเสียง ข้าพเจ้าจึงขอโทษในการกระทำใด ๆ ของข้าพเจ้าที่ล่วงเกิน ทำให้นางสาวอัจฉราวดี วงศ์สกล ต้องได้รับความเสียหาย มา ณ.ที่นี้” . การณ์ดังกล่าวย่อมแสดงชัดเจนแล้วในผลของเหตุที่ผู้กระทำต้องได้รับ ในทางโลกนั้นมีกฎหมายบ้านเมืองเป็นผู้ตัดสิน ส่วนในทางธรรมมีผลเผ็ดร้อนในกรรมมุสาวาทที่สะสมในจิต และรอให้ผลในกาลต่อไปอันกำหนดไว้โดยผู้กระทำเอง ดังนั้นขอผู้เจริญทั้งหลายมีสติตรองดูเถิดว่า หากกำลังคิดกระทำการก้าวล่วงเช่นกรณีดังกล่าว พึงหยุดเสีย ส่วนผู้ที่ประพฤติแล้ว จงสำนึกให้หนักว่าการกระทำเช่นนี้นั้นไม่ถูกต้องทั้งคดีโลกและคดีธรรมแต่ประการใด . เรื่องนี้เป็นการพิสูจน์ว่า ธรรมะย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม สมดังคำกล่าวที่ว่า "ความจริงชนะทุกสิ่ง ความดีชนะทุกอย่าง”


จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน แอดมินเพจนิตยสารข้ามห้วงมหรรณพ กับอ.อัจฉราวดี 6 สิงหาคม 2561

ดู 715 ครั้ง