"ไม่ใช่แค่นั้น"


แม้สังคมจะก้าวล้ำและก้าวลงในด้านคุณธรรมอย่างไร ก็ยังน่าปลื้มใจว่าคนในสังคมโลก ให้คุณค่ากับการจัดงานพิธีมงคลสมรสตามจารีตประเพณีของแต่ละวัฒนธรรม .. สำหรับคนธรรมดาที่ยังปรารถนามีชีวิตคู่ การคบหากันยาวนานโดยไม่ตกลงปลงใจเสียทีย่อมเป็นความเสียหายแก่ผู้หญิง โดยอาจลืมคำนึงถึงว่าผู้หญิงนั้นเป็นบุตรสาวของผู้ใด หาใช่ผู้ที่เกิดมาจากกระบอกไม้ไผ่ ที่ไม่จำต้องคำนึงถึงความรู้สึกของใคร นอกจากรู้กันแค่สองคน ผู้มีศีลธรรมย่อมมีจิตสำนึกที่ดีงาม มีความเคารพในจารีตประเพณี ที่ไม่มีสิ่งใดเสียหายหรือน่าติเตียน งานพิธีมงคลสมรสตามจารีต จะประกอบไปด้วยการสู่ขอ การทำความเคารพบุพการีหรือผู้ใหญ่ทั้งสองฝั่ง โดยมีญาติมิตรที่สนิทสนมมาเป็นสักขีพยาน ไม่ได้หมายถึงงานฉลองพิธีมงคลสมรสอันใหญ่โต นี่คือจารีตที่ดีงามที่ยังเป็นบุญอีกด้วยคือ บุญกิริยาวัตถุ 10 ข้อ 4 การเคารพบุคคลผู้พึงเคารพ ทำพิธีแล้วยังเป็นกุศลอีกด้วย .. การกระทำใดที่แสดงถึงการไม่เคารพบุพการีของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง จึงเป็นสิ่งที่น่าติเตียน อีกทั้งศีลข้อ 3 ไม่ใช่การห้ามมีชู้อย่างเดียว แต่คือ “อธรรมจริยา” คือการไม่ทำผิดจารีตอันดีงาม คู่ชีวิตที่อยู่ด้วยกันโดยไม่มีงานพิธีตามจารีตสักเล็กน้อย เพื่อเชิดชูเกียรติบิดามารดาทั้งสองฝ่าย คือศีลพร่อง หากด้อยกว่านี้ทั้งหมดคือ ผิดศีล ที่กล่าวนี้อาจารย์ไม่ได้คิดขึ้นมาเอง แต่จิตรู้ บอกให้บอกให้รู้กฎของโลกุตรธรรม หากปล่อยให้ศีลพร่องหรือผิดศีล ผลกรรมก็จะตกทั้งแก่ตนเอง และแก่บุตรของตนในภายหน้า หากตกไปสู่รุ่นลูกจะทำให้เมื่อเขาไปสู่ตระกูลใด ก็จะไม่ได้รับความเคารพนับถือ จะเกิดเป็นความน้อยเนื้อต่ำใจ ความเสียใจที่ไม่ได้รับการยอมรับ เป็นปมในใจที่พัฒนาไปสู่ความทุกข์ฝังใจ ..

การจะเริ่มต้นมีชีวิตคู่ จึงพึงเริ่มให้ถูก เริ่มต้นด้วยการเดินตามศีลธรรมจริยธรรมอันดีงาม ก็จะนำแต่ความดีงาม . อย่าตีความคำว่า “ทันสมัย” เป็นการไม่คำนึงถึงจารีต เพราะนอกจากอาจจะทำร้ายจิตใจบุพการีของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแล้ว ยังทำให้ศีลพร่อง ไปจนถึงผิดศีล การมีชีวิตคู่ ไม่ใช่การเข้าใจกันแค่คนสองคน แต่ต้องเข้าใจไปยังความรู้สึกของผู้เป็นบุพการี เข้าใจและเคารพในจารีตประเพณีอีกด้วย .. อาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล 17 สิงหาคม 2018 ..

ดู 230 ครั้ง