techo.png

การปิดอบายภูมิ คืออะไร...มีความสำคัญอย่างไร

อัปเดตเมื่อ ส.ค. 12

อาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล

อาจารย์อัจฉราวดี_วงศ์สกล_ปิดอบายภูมิ

การปิดอบายภูมิ คือการได้มรรคผลขั้นต้นเรียกว่า โสดาปัตติผล ได้ความเป็นโสดาบัน อันเป็นความปรารถนาเบื้องต้นของผู้ปฏิบัติธรรม เพราะพอกล่าวถึงการหวังได้มรรคผลนิพพาน ส่วนมากก็คิดว่ายังไกลเกินวาสนาของตน คำว่า “ขอให้ได้แค่โสดา” จึงเป็นความปรารถนาที่มีความเป็นไปได้สูง และเป็นความหวังของผู้ใฝ่ธรรมทั่วไปที่แม้จะไม่ได้ปฏิบัติธรรมก็ตาม บ้างก็พยายามหาช่องทางลัดเช่น สวดมนต์ บูชาวัตถุมงคล หรือทำความดีเพียงเล็กน้อย ก็คิดไปถึงการจะได้โสดา

.

การได้โสดากับการปิดอบายภูมิ เกี่ยวพันกันยังไง?

อบายภูมิ คือภพภูมิที่ต่ำสุดของจิตวิญญาณที่จะไปจุติ ได้แก่ การได้อัตภาพเป็นสัตว์นรก เปรต อสูรกาย และสัตว์เดรัจฉาน ส่วนการได้โสดาหรือสำเร็จเป็นโสดาบัน คือสภาวะภูมิธรรมที่เป็นเครื่องประกันแน่นอนว่า เมื่อต้องไปเกิดใหม่หลังจากตายแล้ว ภพภูมิต่อ ๆ ไปจะไม่ไปเกิดในอบายภูมิอีกเลย โดยจะไปจุติเป็นเทวดาก็ได้ หรือมาจุติในภูมิมนุษย์อีก ซึ่งหากมาเกิดเป็นมนุษย์ก็จะเกิดในภูมินี้อีกไม่เกิน 7 ชาติ ก็จะบรรลุอรหัตผล จึงเรียกการได้โสดาปัตติผลว่า เป็นการปิดอบายภูมิ


แล้วจิตวิญญาณได้อัตภาพอบายภูมิได้อย่างไร?

เหตุผลประการสำคัญ เกิดจากการมีเจตนาประพฤติผิดศีลธรรมอย่างร้ายแรง หรือ แม้เจตนาไม่แรง แต่ประพฤติผิดศีลอย่างต่อเนื่อง โดยไม่มีความสำนึกว่าเป็นการเบียดเบียนตนเองและผู้อื่น เข้าข่ายหน้ามืดตาบอด ก็ทำให้ไปเกิดในอบายภูมิได้เช่นกัน เช่น ผู้ที่โกรธมาก ๆ แล้วหน้ามืดคว้าอาวุธไล่ฆ่าผู้อื่น หรือเห็นชีวิตของคนอื่นเป็นของเล่น เข่นฆ่าเป็นผักปลา โดยไม่คำนึงถึงความเจ็บปวดของสิ่งมีชีวิตนั้น ๆ


ในศีลข้อ 2 ก็เป็นผู้ที่ลักขโมย ทั้งทรัพย์สินที่จับต้องได้และทรัพย์สินทางปัญญา ตั้งใจโกง ตั้งใจวางแผนล่อลวง โดยไม่สนความเดือดร้อนของผู้อื่น ในศีลข้อ 3 ก็เป็นผู้ที่มีเจตนาเป็นชู้ โดยไม่เห็นว่ามันจะผิดตรงไหนและทำซ้ำแล้วซ้ำอีก ศีลข้อ 4 ผู้โกหกเพื่อแสวงหาประโยชน์ ศีลข้อ 5 คือผู้ดื่มน้ำเมาด้วยความเสพติด ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ขาดสติสัมปชัญญะ นำไปสู่การกระทำอันหยาบช้าและน่าละอาย นอกจากนี้ ผลจากการประกอบอกุศลกรรม เช่น การไม่ประกอบสัมมาอาชีวะ และการกระทำที่ไม่ชอบทั้งปวง ก็ส่งผลให้ตกไปสู่อบายภูมิ เพราะจิตวิญญาณสะสมการกระทำเช่นนี้มากเข้า ทำให้จิตมีน้ำหนักหนัก ทำให้เมื่อตายจากภูมิมนุษย์แล้ว จิตออกจากร่างก็ดิ่งลงสู่ที่ต่ำคือนรกภูมิ ไปใช้กรรมที่ทำไว้อย่างเผ็ดร้อน หากน้ำหนักกรรมยังไม่ถึงขั้นลงนรก ก็อาจไปเกิดเป็นเปรต อสูรกาย หรือสัตว์เดรัจฉาน ตามกระแสคลื่นความถี่กรรมที่เป็นเครื่องปรุงแต่งภพ


สัตว์เดรัจฉาน คือสัตว์ที่กรรมหนักมาก น้ำหนักกรรมก็กดกายสังขารจนทำให้ไม่สามารถมีลำตัวตั้งฉากกับพื้นดินได้ จึงกลายเป็นสัตว์เลื้อยคลาน หรือเดรัจฉานซึ่งแปลว่า สัตว์ที่มีลำตัวขวาง คือขวางทั้งโลก ขวางทั้งทางนิพพาน


หากในอดีตบุคคลรักษาศีลห้าไว้ได้ตลอดรอดฝั่ง จิตจะไม่กลัวการตกอบายภูมิเลย แต่หากจะมุ่งมั่นรักษาศีลห้าให้ได้ในชีวิตนี้แล้วหวังว่าจะไม่ตกอบายภูมิ ก็ยังไม่ใช่ความคิดที่ถูกต้องนัก เพราะแม้จะรักษาศีลห้าได้ในภพนี้ แต่กรรมเก่าดั้งเดิมที่สะสมไว้ยังไม่ได้ถูกชำระออกไป ก็ทำให้ยังมีรากกรรมที่สามารถทำให้ตกอบายภูมิได้ พระพุทธองค์จึงทรงสรรเสริญการเจริญภาวนาว่า เป็นบุญกุศลที่สูงที่สุดในบรรดาบุญทั้งปวง เพราะแม้จะทำทานอย่างไร หรือเพียรรักษาศีลให้มั่น แต่เมื่อจิตยังมีรากของบาปและอกุศลอยู่ ก็ทำให้การมาเกิดในภพภูมิใดภพภูมิหนึ่ง ที่ยังต้องเวียนว่ายตายเกิดอยู่ มีโอกาสพลาดพลั้งตกอบายภูมิได้ เพราะรากกรรมก็เหมือนรากไม้ที่ยังไม่ถูกทำลายลง บาปและอกุศลกรรมที่มีเชื้อฝังอยู่ในจิต ย่อมเติบใหญ่ได้ทุกเมื่อ หากบุคคลประมาทพลั้งเผลอในอกุศลธรรมอีก


การทำความดีให้ถึงพร้อม จึงต้องประกอบไปด้วยการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน เพราะเป็นการเจริญภาวนาที่มีพลังในการเผาชำระบาป ชำระกิเลสและกองสังขารเครื่องเศร้าหมอง ที่สะสมมาเป็นอสงไขยกัป ให้สิ้นลงได้ การปฏิบัติวิปัสสนาจึงเป็นการยกภพภูมิของจิตวิญญาณ และสามารถทำให้บรรลุมรรคผลนิพพานได้


การปิดอบายเป็นเรื่องของการเข้าถึงในระดับจิตใจ ไม่ใช่นั่งอ่านหนังสือธรรมะหรือทำความดีพอประมาณ แล้วก็ทึกทักเอาเองด้วยการใช้ปัญญาสมองตรองเอาว่า ทำดีเพียงนี้น่าจะได้โสดาแล้ว หากคิดเช่นนั้น แสดงว่ายังไกลจากมรรคผลนัก และยิ่งหากเฉพาะแค่ข้อการรักษาศีลอย่างเดียวก็ไม่ผ่านแล้วก็ไม่ต้องไปคิดเอาเองว่าได้โสดาแล้ว อีกทั้งกี่ภพชาติที่เกิดมาจิตสะสมบาปและอกุศลกรรมไว้เท่าไหร่ เฉพาะในชีวิตนี้เคยทำอะไรไว้บ้างย่อมตระหนักรู้อยู่แก่ใจ ด้วยความเพียรอันเล็กน้อยแต่จะหวังผลเลิศขนาดปิดอบายภูมิ จะเป็นไปได้อย่างไร ดังนั้น หากอยากปิดอบายภูมิ ได้ความเป็นโสดาบัน จึงต้องปฏิบัติไปให้ถึงวิปัสสนากรรมฐาน


หากมีผู้ใดชักชวนบอกว่า ให้ไปทำอย่างนั้นอย่างนี้ เช่น สวดมนต์เยอะ ๆ โดยไม่ต้องปฏิบัติภาวนา ไม่ต้องฝึกสมาธิให้จิตตั้งมั่น ไม่ต้องฝึกฝนความมีสติ และไม่ต้องห่วงเรื่องการรักษาศีลอย่างยิ่งยวด ทำแบบนี้แล้วจะปิดอบายไปจนถึงได้นิพพานได้เอง ผู้ถูกชักจูงต้องใช้ปัญญาตรองดูด้วยเหตุและผลว่า การทำในสิ่งที่ไม่ใช่แม่บทที่พระพุทธองค์ทรงสอนไว้ จะทำให้ปิดอบายภูมิหรือถึงซึ่งนิพพานได้อย่างไร จะมีคนเก่งกว่าพระพุทธเจ้าขนาดนั้นเลยหรือ พึงใช้ปัญญาตรองให้มาก


ทางโลกก็มีแชร์ที่ลงทุนนิดเดียว แต่ประกาศว่าจะได้ดอกผลตั้งแต่ 30-93% สุดท้ายก็ถูกหลอกให้เสียหายมากมาย ในทางธรรมก็ไม่ต่างกัน มักมีการชักชวนให้ลงทุนด้วยกระทำการเพียงน้อยนิด แต่พูดไปถึงการได้รับผลอันยิ่งใหญ่ไปถึงนิพพาน ผู้มีปัญญาต้องไตร่ตรองให้มาก พระพุทธเจ้าทรงสอนให้เราศรัทธาอย่างมีปัญญา ไม่ใช่ศรัทธาเพราะเขาบอกมาว่าอย่างนั้นอย่างนี้แล้วก็เชื่อ ตราบใดที่เรายึดหัวใจคำสอน คือการไม่ทำบาปทั้งปวง ทำความดีให้ถึงพร้อม ชำระจิตให้บริสุทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นการปฏิบัติธรรมสายใด หากการปฏิบัติตั้งอยู่ในกรอบนี้ และต้องมีหลักปฏิบัติอย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่ยกมาพูดให้ฟังดูเข้าท่า เมื่อปฏิบัติแล้วทำให้เป็นคนดีขึ้น สามารถรักษาศีลได้อย่างมั่นคง จิตใจอ่อนโยนขึ้น เกิดปัญญาในธรรม และละวางความยึดมั่นถือมั่นได้ การปฏิบัตินั้น ๆ ก็ดีทั้งสิ้น ขึ้นอยู่กับว่าใครจะถูกจริตกับการปฏิบัติสายไหน


"จริต" ไม่ใช่เครื่องตัดสินว่า หลักการปฏิบัตินั้นถูกต้องหรือไม่ แต่จริต มีผลโดยตรงกับความก้าวหน้าในธรรม เพราะจริตคือความคุ้นเคยของจิตที่สะสมนิสัยมายาวนาน หากปฏิบัติในแนวทางที่ตนคุ้นเคย เช่น ในสายเตโชวิปัสสนา เป็นสายนักรบ ตรง เด็ดเดี่ยว ใครที่มีวิสัยเช่นนี้มาแต่กาลก่อน เมื่อปฏิบัติในสายนี้แล้วก็จะเกิดอิทธิบาท 4 คือ เกิดฉันทะ นำไปสู่ วิริยะ แล้วเกิดเป็นจิตตะ คือ จิตฝักใฝ่ นำไปสู่วิมังสา คือการไตร่ตรองพินิจพิจารณาการกระทำของตน เข้าไปสู่หลักสติปัฏฐานสี่ ก็จะทำให้มีความก้าวหน้าในธรรม แต่หากปฏิบัติในแนวทางที่ไม่ถูกจริต เมื่อไม่เกิดฉันทะเสียแล้ว ข้ออื่นๆ ก็ยากจะตามมา


จริตมีความเชื่อมโยงตรงตัวกับอิทธิบาท 4 อันเป็นธรรมสู่ความสำเร็จ

ศีล เกี่ยวข้องตรงตัวกับการตกอบายภูมิและการปิดอบายภูมิ


ทางโลกมีการซื้อประกันต่าง ๆ ทางธรรมไม่ต้องซื้อแต่ต้องลงทุนด้วยใจ เราเอาลมหายใจในชีวิตนี้ ทุ่มเทไปกับอะไรมากมายในโลกียวิถีนี้ สุดท้ายแล้ววิถีนี้มอบอะไรให้กับชีวิต การรักษาศีลอย่างยิ่งยวด การปฏิบัติวิปัสสนา และการยังจิตให้หนักแน่นมั่นคงในธรรม คือการทำประกันภัยในภพภูมิที่ได้ผลเลิศที่สุด เลิศสูงสุดไปจนถึงการหลุดพ้น ได้มรรคผลนิพพาน


อาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล

17 พฤศจิกายน 2019

ดู 68 ครั้ง

โพสต์ล่าสุด

ดูทั้งหมด