techo.png

ฐานบุญ

อัพเดตเมื่อ: ก.ค. 11

อาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล


ฐานบุญ คือ คุณลักษณะส่วนหนึ่งของกระแสจิต ที่ทำหน้าที่เหมือนภาชนะรองรับกระแสบุญกุศลที่ตนสะสมไว้ คนไหนที่ฐานบุญน้อย หากเห็นในจิตก็จะเห็นเป็นแค่ชาม มีน้ำใสใส่ไว้ บางคนที่เคยมีบุญมากแต่กระแสบุญใกล้จะหมด ก็จะเห็นเป็นโอ่งขนาดที่ใส่น้ำตั้งวางไว้หน้าบ้าน แต่น้ำใสในโอ่งนั้นพร่องมาก ฐานบุญแต่ละคนไม่เท่ากัน เพราะในแต่ละภพชาติสะสมบุญกุศลมาต่างกัน บางคนเห็นเป็นแค่ชามเล็ก ๆ บางคนเป็นโถแก้ว บางคนก็มีฐานบุญมากก็เห็นเป็นโอ่งใหญ่ แต่หากฐานบุญใหญ่จริง ๆ จะมองไม่เห็นภาชนะเลย เพราะใหญ่โตเกินจะเห็นได้ สำหรับคนที่ไม่ทำบุญกุศลหนุน น้ำในโถก็พร่องไปเรื่อย ๆ นี่คือการแปลงสัญญาณให้เข้าใจในแบบนิมิต สภาวะบุญหนุนนำ คือ เมื่อประสบภาวะอย่างใดอย่างหนึ่ง เมื่อบุญสะสมไว้มาก บุญก็จะมาหนุนนำช่วยชำระปัดเป่าภัยใด ๆ ให้เบาบางลงได้ หรือส่งเสริมให้ทำสิ่งใดให้สำเร็จ สำหรับผู้ที่มีบุญหนุนนำอยู่เนือง ๆ แต่ไม่ทำกุศลอย่างต่อเนื่อง ก็ทำให้น้ำในภาชนะบุญนั้นพร่องไปมาก ก็คือสภาวะบุญเกื้อหนุนใกล้หมด ทีนี้พอเสวยอกุศลกรรมวิบาก ก็ไม่มีอะไรมาช่วยบรรเทาได้ ต้องรับวิบากไปเต็มที่

ฐานบุญกับมหัศจรรย์แห่งโพชฌงค์ 7

พระพุทธองค์ทรงตรัสสอนถึงการบรรลุธรรม ต้องประกอบด้วยโพชฌงค์ 7 คือ

1. สติ คือความระลึกได้ 2. ธัมมวิจยะ การเลือกเฟ้นธรรม การคิดพิจารณาให้ถี่ถ้วน 3. วิริยะ คือความพากเพียรในสิ่งที่เป็นกุศล 4. ปีติ ความอิ่มเอิบใจ 5. ปัสสัทธิ ความสงบระงับใจ 6. สมาธิ จิตที่ตั้งมั่น 7. อุเบกขา จิตที่ละความยึดมั่นถือมั่นในอารมณ์ ซึ่งเป็นกิเลส คือความโลภ โกรธ หลง เป็นจิตที่มีความเป็นกลาง ไม่หวั่นไหวในทุกข์และสุข จะเห็นว่า การบรรลุธรรมนั้น จะขาดข้อใดข้อหนึ่งไม่ได้เลย เพราะแต่ละข้อนั้น มีความหนุนเนื่องถึงกันหมด แม้เพียงการขาดปีติ ที่เรามักไม่ค่อยให้ค่าไม่เห็นความสำคัญ แต่ก็ทำให้สะพานแห่งการบรรลุธรรมขาดลงได้ เพราะฐานบุญที่สะสมไว้รั่ว ที่รั่วก็เพราะขาดธัมมวิจยะ คือไม่รู้จักเลือกเฟ้นว่า สิ่งใดควรเชื่อ สิ่งใดควรให้ความสำคัญ สิ่งใดควรละเสีย

การจำแนกธรรมของพระพุทธองค์ ช่างมหัศจรรย์ อัศจรรย์เหลือประมาณ มิอาจหาคำใดมากล่าวสรรเสริญพรรณนาได้เลย . เราไม่สามารถจะมุ่งให้ความสำคัญกับข้อใดข้อหนึ่งเพียงอย่างเดียวได้เลย จริงอยู่ ในการเริ่มต้น ก็อาจต้องเริ่มไปทีละข้อ หรือมุ่งไปข้อหนึ่ง ทั้งนี้เพื่อเป็นสะพานไปสู่ข้ออื่น ๆ แต่ยามที่ธรรมจะส่งผลอย่างสมบูรณ์ ต้องส่งผลหนุนเนื่องกันไปจนเต็มทุกข้อ ดั่งที่ทรงสอนไว้ในโพชฌงค์ 7 ...จะมุ่งแต่ภาวนาแต่ไม่รักษาศีลก็ไม่ได้ จะหนักแน่นในศรัทธาแต่ขาดธัมมวิจยะก็ไม่ได้ จะประพฤติธรรมแต่ไม่มีจิตผ่องใส ไม่เกิดความปีติปราโมทย์ ธรรมก็จะส่งผลสมบูรณ์ไม่ได้ เพราะแสดงว่ามีนิวรณ์ 5 คือศัตรูมาคอยกางกั้นอยู่ นี่คือธรรมในแบบบูรณาการ คือยกพลังขึ้นไปทั้งหมด รักษาฐานบุญที่ทำไว้แล้วให้ดีเถิด อย่าให้ตุ่มบุญรั่ว หากมันรั่วก็หันมาพิจารณาว่า รั่วเพราะอะไร ใจเราพร่องหรือไม่หนักแน่นมั่นคงในข้อไหน แล้วอุดรอยรั่วนั้นเสีย หาไม่แล้ว สิ่งที่เพียรทำมานานก็จะได้รับผลน้อย แถมยังไปเพิ่มบาปกรรมมาแทน บุคคลผู้มีใจโน้มนำในธรรมนั้น ล้วนมีสติปัญญามีวาสนา มีฐานบุญหนุนนำมาต่างกัน และรอเวลาสะสมบุญหรือบารมีให้เต็ม แต่สุดท้าย ก็มาตายที่ความไม่หนักแน่นนั่นเอง จึงมักได้แต่เก่งอยู่ในโลกที่เป็นกรงขังแห่งวัฏสงสาร แต่จิตวิญญาณต้องท่องอยู่ในวัฏฏะเป็นอนันตชาติอยู่เช่นนี้ เพราะไม่หนักแน่นในทางที่พามุ่งสู่นิพพาน Make Destination = 0 ทำระยะทางที่ถึงเป้าหมายให้เป็นศูนย์เสียที จะได้จบสิ้นการเดินทาง แลนด์ลงที่นิพพานได้แล้ว หลงท่องอยู่ในวัฏสงสารนานแล้ว Be firm on your target. Nothing can change our destination. Go for it! เดินทางสู่จุดหมายให้สิ้นสุด ล็อกเป้าหมายไว้ให้แม่นให้มั่นคง อย่าให้สิ่งใดมาเปลี่ยนจุดหมายได้ ลุยมันเข้าไป!


อาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล คัดจากถ้อยคำจากท่านอาจารย์เรื่อง “ฐานบุญ สำคัญอย่างไร?” 25 เมษายน 2018

ดู 69 ครั้ง