คณะพระธรรมทูตไทยในแดนพุทธภูมิเยือนเตโชวิปัสสนาสถาน


เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2565 พระเดชพระคุณ พระธรรมโพธิวงศ์ (ท่านเจ้าคุณวีรยุทธ์ วีรยุทฺโธ) เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา หัวหน้าพระธรรมทูต สายประเทศอินเดีย-เนปาล พร้อมด้วยคณะพระธรรมทูต ซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นพระเถระเจ้าอาวาสประจำวัดไทยในสังเวชนียสถานและเมืองเชตวัน รวมทั้งสิ้น 9 รูป เมตตาเข้าเยี่ยมชมเตโชวิปัสสนาสถาน ตามคำนิมนต์จากท่านอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล


โดยการนี้มีพระคุณเจ้าสัญชัย จิตตภโล ให้การต้อนรับในฟากบรรพชิต และคุณดารณี สีโท ในฐานะกรรมการมูลนิธิโนอิ้ง บุดด้า เพื่อการปกป้องพระพุทธศาสนา เป็นตัวแทนมูลนิธิฯ พร้อมด้วยเหล่าศิษย์เตโชวิปัสสนากรรมฐานเป็นตัวแทนให้การต้อนรับ




การมาเยือนของคณะพระธรรมทูตไทย สายประเทศอินเดีย-เนปาล สร้างความปลาบปลื้มใจยิ่ง ศิษย์บางท่านฟังท่านเจ้าคุณกล่าวสัมโมชนียคถาก็น้ำตาไหล บางท่านติดตามหนังสือเล่าเรื่องราวในแดนพุทธภูมิของพระธรรมโพธิวงศ์มานานก็เพิ่งได้มีโอกาสกราบท่านในวันนี้

ท่านเจ้าอาวาสวัดไทยกุสินารา ผู้ดูแสสถานที่ปรินิพพานกล่าวว่า "ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ที่พระธรรมทูตจากทุกสังเวชนียสถานจะมาอยู่กันพร้อมหน้าแบบนี้ เพราะต่างคนต่างมีภารกิจที่ต้องทำ การมาเจอกันถือเป็นเรื่องที่ยากมาก"


ที่เตโชวิปัสสนาสถาน พระเดชพระคุณพระธรรมโพธิวงศ์ได้กล่าวอนุโมทนาต่อท่านอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล ครั้งแล้วครั้งเล่า กับสิ่งที่ท่านอาจารย์ของพวกเราได้สร้าง และได้นำศิษย์ของท่านเข้าใกล้พระรัตนตรัยอย่างที่สุด



พระเดชพระคุณ พระธรรมโพธิวงศ์ (ท่านเจ้าคุณวีรยุทธ์ วีรยุทฺโธ)


กล่าวสัมโมทนียกถา ใจความว่า

“ขออนุโมทนากับท่านอาจารย์ใหญ่ อาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล ผู้เป็นที่ตั้งแห่งศรัทธา พร้อมบรรดาศิษยานุศิษย์ผู้ใกล้ชิดกับพระรัตนตรัย นำพาหนทางแห่งความพ้นภัยจากความรุนแรงร้ายแรงทำให้เกิดอันตรายกับชีวิตคน ก็คือโลภโกรธหลง อาจารย์ได้ใช้วีถีของการเข้าถึงหลักธรรมขององค์สมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้า และฝึกให้ศิษยานุศิษย์ได้เข้าถึงปัญญาในการนำหลักธรรมมาเพื่อการปฏิบัติให้ถูกต้อง


พุทธศาสนาเป็นศาสนาแห่งปัญญา อันผู้ที่จะได้นำพระพุทธศาสนาไปใช้จะต้องประกอบด้วยปัญญา ปัญญาที่กล่าวนี้คือปัญญาสัมมาทิฐิอันเป็นที่ตั้งแห่งความรู้ในสรรพสิ่งทั้งหลาย เมื่อตัวรู้เกิดขึ้นมาแล้ว บรรดาความเร่าร้อนความวุ่นวายความสับสนต่าง ๆ ย่อมสงบขึ้นมา ..


ท่านอาจารย์ได้ใช้วิถีแห่งชีวิตในความเป็น Buddhist ในความเป็นพุทธศาสนิก จึงยกพระพุทธเจ้าขึ้นมาเป็นที่ตั้งของการปฏิบัติทุกมุม ทุกที่ทุกมุมล้วนแต่มีฐานแห่งความดี ผู้คนจึงเข้ามาปฏิบัติ สัมผัสได้โดยง่าย

หลวงพ่อจึงขอขอบพระคุณท่านอาจารย์และบรรดาศิษยานุศิษย์ทั้งหลายที่เป็นบล็อก เป็นพิมพ์ที่งดงาม เป็นยูนิฟอร์มที่งดงาม ดูการแสดงออกจากสีหน้าก็หมายถึงหัวใจได้พร่างพรูสิ่งที่ตนเองมีมาในวันนี้ คณะพระธรรมทูตผู้ปฏิบัติหน้าที่ในแดนพุทธภูมิได้เสมือนหนึ่งการรับใช้สนองงานพระพุทธเจ้าในดินแดนที่ผู้คนห่างไกลกับพุทธศาสนา ก็อาศัยพระทั้งหลายเหล่านี้เป็นหน่วยกล้า กล้าธรรม ..คือกล้าในธรรมของพระพุทธเจ้าที่จะสื่อสาร ซึ่งวันนี้พระธรรมทูตได้รับอาราธนาก่อนที่จะเดินทางกลับไปปฏิบัติงานที่ประเทศอินเดียหลังจากเว้นจากโควิดมาสองปี วันนี้คณะพระธรรมทูตจึงขอแสดงความชื่นชมยินดีกับวิถีแห่งสติปัญญา อันเป็นทุนกองใหญ่มหาศาลที่อาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล และศิษยานุศิษย์ทั้งหลายได้ยังสถานที่ปฏิบัติธรรมให้มีขึ้นให้เกิดขึ้น ให้พวกเราได้มาสัมผัสรสแห่งธรรมชาติที่ยังเจือคลุกเคล้าไปด้วยพุทธธรรมเช่นนี้


จึงขออนุโมทนาขอบคุณ และฝากความระลึกถึงท่านอาจารย์ด้วยว่าอนุโมทนา อนุโมทนากับทีมงานทุกคนที่ให้ความดูแล ได้ถวายภัตตาหารที่ฉันแล้วสบายใจ เพราะอาหารทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และเต็มไปด้วยความประณีต ขออนุโมทนากับทุกคน ขอให้หลับตารับพร ให้หลับตาเข้าสมาธิรับพร เป็นพรที่นำมาจากพุทธภูมิสังเวชนียสถานทั้งสี่แห่ง”