techo.png

คมหอก หรือ ดอกไม้

อาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล

อาจารย์อัจฉราวดี_วงศ์สกล_ข้ามห้วงมหรรณพ_คมหอกหรือดอกไม้

มารยาท จะเป็นคมหอกที่สร้างบาดแผลในใจแก่ผู้ที่ถูกกระทําผิดมารยาท และเป็นดอกไม้แก่ผู้ปฏิบัติอย่างเหมาะสม ทําให้ได้รับรางวัลไปจนถึงการชื่นชมในวงกว้าง ในทางธรรม การกระทําอันไม่ไตร่ตรองจะส่งผลเป็นบาป ส่วนการกระทําด้วยความเคารพก็ส่งผลเป็นบุญ มารยาทจึงเป็นทั้งคมหอกและดอกไม้ มารยาทมีความลึกซึ้งในเรื่องผลลัพธ์มากกว่าที่คิด


การถือเรื่องมารยาท ฟังเผิน ๆ อาจดูเหมือนเป็นคนเรื่องมาก แต่หากพิจารณาให้ลึกซึ้งแล้วจะพบว่า มารยาทนี่คือหลักของบุญบาปเลยทีเดียว การเป็นผู้มีมารยาทคือการเป็นผู้รู้ว่าอันใดควรอันใดมิควร หากไม่กระทําให้ถูกต้องเหมาะสมแล้ว ก็จะเข้าข่ายการหมิ่นบุคคล หมิ่นฐานะ ไปจนถึงหมิ่นธรรม


การกระทำที่ผิดมารยาทกระทบสองส่วน ส่วนที่หนึ่งคืออัตตา ส่วนที่สองคือธรรมะ ผู้ที่ไม่เคยถูกกระทบมารยาท อาจจะไม่รู้สึกว่ามารยาทสำคัญอย่างไร แต่หากเคยถูกกระทบตรง ๆ เช่น ข้ามหัว ข้ามหน้าข้ามตา จะรู้สึกว่ามันเจ็บจี๊ดชนิดรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออก จะพูดบอกก็เกรงว่าจะถูกหาว่าเรื่องมาก จะไม่บอกก็เป็นหอกแทงใจอยู่อย่างนั้น นี่ก็เพราะเป็นเรื่องกระทบอัตตา ทำให้ไม่ว่าจะเคยทำดีต่อกันมาแค่ไหน แต่หากถูกกระทบมารยาทเพียงครั้งเดียว จะรู้สึกเจ็บฝังใจค้างคาใจไปนาน


ทำไมการผิดมารยาทกลายเป็นบาปไปได้ ก็เพราะการเคารพบุคคลที่พึงเคารพ ซึ่งหมายรวมถึงการกระทำทั้งหมด ไม่ใช่แค่การยกมือไหว้ เป็นการกระทำที่ส่งผลเป็นบุญ ดังนั้นหากทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม ก็ย่อมได้รับบาปเป็นผล ซึ่งก็วกมาที่เรื่องการกระทำที่รู้จักกาล ซึ่งเป็นธรรมของคนดี การปฏิบัติอันควรแก่ธรรม ตั้งแต่พระบรมศาสดา พระปัจเจกพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์ พระอริยสงฆ์ พระอริยเจ้า ไล่ระดับลงไปถึงผู้อาวุโส ไปจนถึงบุพการี นี่เกี่ยวข้องส่งผลเป็นบุญบาปทั้งสิ้น ทวยเทวาสัมมาทิฏฐิจึงตระหนักถึงการปฏิบัติให้สมแก่พุทธบารมียิ่งนัก หากรู้ว่าจะมีผู้ถวายภัตตาหารที่หยาบ ไม่ประณีต ท้าวสักกะก็จะร้อนอาสน์ขึ้นมาทันที ต้องขวนขวายหาทางแก้ไข


จิตที่ไม่ไตร่ตรอง ขาดความประณีต ถูกอวิชชาครอบงำ ทำให้มนุษย์สะสมบาปและอกุศลกรรมทั้งน้อยใหญ่ ท่วมแล้วท่วมอีก มารยาท ภาษาอังกฤษคือ Etiquette หรือ จรรยา, จริยา เป็นประมวลพฤติกรรม สำหรับพฤติกรรมทางสังคม ตามบรรทัดฐาน ตามปกติร่วมสมัยภายในสังคม


หมวดที่ 1 มารยาทในสังคม


1. มารยาทในการแต่งกาย แต่งกายให้งามตามขนบประเพณี แต่งให้เหมาะแก่กาล สถานที่ และวาระพิเศษ พึงเน้นหลัก “งามตาและถูกกาลเทศะ” อะไรที่งามก็แต่งไป อะไรที่เกินก็อย่าทำ น้อยไปนักใช่ว่าดีเสมอไป อาจเข้าข่ายไม่ให้เกียรติงาน จึงต้องแต่งให้พอดี ๆ ใช้สามัญสำนึกเป็นหลัก ไม่นุ่งกางเกงขาสั้นและรองเท้าแตะออกไปไหน นอกจากในซอยบ้าน หรือไปเที่ยวน้ำตกและทะเล เสื้อผ้าไหนเก่าขาดแล้วก็ทิ้งไปบ้าง การใส่เสื้อผ้าเก่าเก็บเกินไปทำให้วงจรธุรกิจด้านนี้อยู่ไม่ได้เหมือนกัน เพราะสมถะจนปิดกั้นการเกื้อกูลผู้อื่น (นี่กล่าวถึงเฉพาะฆราวาสที่ยังข้องเกี่ยวกับโลก) การใส่เสื้อผ้าที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์ ไม่หมองเกินไป ช่วยทำให้จิตใจเบิกบาน ยกเว้นสัปเหร่อที่อาจแต่งกายตามเนื้องาน แลดูขลัง


2. มารยาทในการยืน ยืนให้สง่า ไม่ยืนหลังค่อม อย่ายืนล้วงกระเป๋า การยืนกุมมือด้วยความนอบน้อมจะทำให้คนเอ็นดูและชื่นชม เวลาถ่ายรูปอย่ายืนเอามือกอดอก เพราะคนเห็นภาพจะรู้สึกเหมือนไปเบ่ง ทำตัวเป็นนายเขา


3. มารยาทในการนั่ง อย่านั่งไขว่ห้างในวัดหรือธรรมสถาน แต่หากนั่งรอหรือนั่งในที่ส่วนตัว หรือสถานที่พักผ่อน ก็ทำได้


4. มารยาทในการเดิน ไม่เดินลากขา ไม่เดินลงส้นเท้าเสียงดังตึง ๆ เหมือนยักษ์ เดินด้วยการเอาปลายเท้าลงก่อน แล้วค่อยลงส้นเท้า


5. มารยาทในการพูด พูดแต่พอดี ๆ ให้ฟังมากกว่าพูด พูดเมื่อสมควรพูด หากเป็นการสนทนาปกติ ไม่ทำตนเป็นผู้ Control Conversation คือคุมการสนทนาไว้กับตนเองแต่เพียงผู้เดียว คนอื่นได้แต่พยักหน้าฟัง เปิดโอกาสให้คนอื่นพูดบ้าง พูดในเรื่องที่มีประโยชน์ เรื่องใดที่ไม่มีประโยชน์หรือนำมาซึ่งความแตกแยก อย่าพูด ชมคนต่อหน้า ตำหนิเมื่ออยู่กันลำพัง พูดจาด้วยคำสุภาพ ผู้ที่ยืนหยัดพูดด้วยคำสุภาพท่ามกลางสรรพสัตว์ที่เขายกมาทั้งฟาร์ม

ข้าพเจ้าเคยเจอคนที่พูดแต่เรื่องของตัวเองแล้วรำคาญมากจนต้องสอน ยกตัวอย่าง


“วันนั้นรถเราเสียหลักเลยไปเฉี่ยวคนอื่น ทำให้เสียเวลามาก แผนการที่วางไว้ว่าจะทำเลยผิดหมดเลย”

“เหรอ...ฉันก็เคยเจอแบบนี้เหมือนกัน มีนัดจะไปกินข้าวกับเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันนาน พอมีอุบัติเหตุเลยอดไปเลย”


ความผิดปกติของบทสนทนานี้คือ แทนที่ผู้ฟังจะแสดงความเห็นอกเห็นใจคนพูด ก็กลับยกเอาเรื่องตัวเองมาเล่าให้ฟัง แม้เจตนาดูเหมือนจะแสดงว่าเข้าใจว่ารู้สึกอย่างไร แต่จริง ๆ เป็นการวกกลับไปเรื่องของตัวเองซะมากกว่า คนที่เป็นเช่นนี้มีไม่น้อย แต่ไม่ค่อยมีใครกล้าบอก ผู้ฟังที่ดีควรเสริมในส่วนที่ควรเสริม แนะนำในส่วนที่ควรแนะนำ หากไม่รู้ต้องบอกว่าไม่รู้ ไม่พูดยกตนข่มท่าน ไม่เงียบเกินไปจนผู้ฟังรู้สึกอึดอัด ผู้ที่พูดด้วยวาจาไพเราะ จะน่าคบหากว่าคนหน้าตาดีแต่สนทนาไม่เป็น เพราะคำพูดคือคลื่นพลังงานที่ตีลงไปที่จิต คำพูดที่น่าประทับใจจึงมีพลังในการเปลี่ยนชีวิตหรือสร้างแรงบันดาลใจได้ จงให้ความสำคัญกับการพูดให้มาก


6. มารยาทในการแนะนำ ต้องแนะนำผู้น้อยให้รู้จักผู้ใหญ่ก่อนเสมอ เช่น เวลาพาเพื่อนไปบ้าน


7. มารยาทในการรับประทานอาหาร ต้องเคี้ยวปิดปาก ไม่เคี้ยวเสียงดังเหมือนหมูกินรำอยู่ในเล้า ตักอาหารพอดีคำ  ไม่กินเหมือนมนุษย์หินฟลินต์สโตน เกลี่ยอาหารในจานให้พอดี ไม่ให้เขลอะขละเหมือนระเบิดลง กินเสร็จแล้วให้รวบช้อน สนทนาแต่พอดี ๆ ไม่ยืนรับประทาน ยกเว้นจำเป็น


8. มารยาทในการประชุม ผู้ร่วมประชุมต้องมาก่อนเวลาอย่างน้อย 5 นาที ผู้เป็นประธานการประชุมไม่ควรมาถึงก่อนเวลามากกว่า 5 นาที เพราะอาจทำให้คณะทำงานเตรียมต้อนรับไม่ทัน ในการประชุมแบบเป็นทางการ ต้องแต่งกายให้เกียรติประธานและงานที่ประชุม ตั้งใจฟังหัวข้อการประชุม ขณะประชุมไม่นั่งดูมือถือ ไม่ฟังไปพิมพ์เนื้อหาผ่านเครื่องมือสื่อสารไป เพราะจะรบกวนสมาธิของที่ประชุม ให้จดโน้ตด้วยปากกาเป็นหัวข้อสั้น ๆ พอ การแต่งกายประชุมที่ดีที่สุดทั้งหญิงและชายคือการใส่แจ็กเก็ต ทำให้คณะผู้ประชุมดูงามสง่า มีภูมิ ยกเว้นมีการระบุว่าให้ใส่เสื้อผ้าประจำหน่วยงาน


หมวดที่ 2 มารยาทในความสัมพันธ์


1. มารยาทในการคบเพื่อน เพื่อนในที่นี้คือเพื่อนจริง ๆ เพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกัน หรือถือสนิทสนมเป็นเพื่อน ต้องมีความจริงใจ ไม่มีพฤติกรรมทำให้คิดว่าหลอกใช้เพื่อน เวลานัดหมายกับเพื่อนต้องตรงต่อเวลา อย่าคิดว่านัดกับเพื่อนจะไปช้าเมื่อไหร่ก็ได้ ต้องไม่ยืมเงินเพื่อน เพราะการยืมเงินเป็นจุดหักเหของความสัมพันธ์ หากต้องการขอความช่วยเหลือจริงๆ ขอให้เพื่อนช่วยไปเลย แล้วแต่จะช่วยอย่างไร เพราะเพื่อนที่ดีย่อมหมายถึงยินดีช่วยเหลือกันหากทำได้ หลีกเลี่ยงการลงทุนทำธุรกิจกับเพื่อนเพราะมักไปไม่รอด อีกทั้งการสื่อสารที่ไม่ชัดเจน


ต้องไม่ข้ามหน้าข้ามตาเพื่อน ต้องมีระยะห่างจากคู่ครองของเพื่อน ไม่ทำตัวสนิทสนมเกินงาม หากเริ่มสนิทกันมากขึ้นก็ต้องคิดอยู่เสมอว่า บุคคลที่รู้จักทีหลังไม่ใช่เพื่อนเริ่มแรก การจะหารือหรือขอความช่วยเหลือใดจากบุคคลที่สาม ต้องขอความเห็นชอบหรือผ่านเพื่อนของตัวเองก่อน ต้องให้คำปรึกษาที่ดีและทำให้เพื่อนรู้สึกว่าต่างเป็นที่พึ่งให้กันและกันได้ ไม่เอาเปรียบเพื่อน


2. มารยาทต่อบุพการี หรือพ่อแม่ครูอาจารย์ ต้องปฏิบัติต่อท่านด้วยความนอบน้อม ให้เกียรติ เคารพท่านเสมอ ต้องรับฟังความคิดเห็นของท่าน โดยไม่คิดหมิ่นว่าท่านเป็นคนหัวโบราณ คอยดูแลปรนนิบัติรับใช้ตามกำลังที่ตนทำได้ กรณีที่ไม่ได้อยู่กับท่าน หมั่นไปเยี่ยมเยียนท่านเสมอ ผู้น้อยสามารถแสดงความคิดเห็นได้บนหลักเหตุและผล ไม่ให้เกิดเป็นกิริยาของการโต้แย้ง เพราะบุญคุณของท่านเหลือคณานับ และท่านเป็นผู้อดทนอย่างยิ่งยวดในการเลี้ยงดูหรือเกื้อหนุนอุ้มชูตนมา การไม่อดทนอดกลั้นต่อบุพการี แม้ท่านจะทำในสิ่งที่คิดว่าไม่ถูกในสายตาของตน จะเกิดเป็นอกุศลวิบากในภายหลัง ผู้น้อยไม่จำเป็นต้องเห็นคล้อยตามผู้ใหญ่หรือบุพการีเสมอไป แต่การกระทำต่อการเห็นต่างต้องกระทำโดยไม่ให้เกิดความ

รู้สึกทำร้ายจิตใจ ต้องทำอย่างนิ่มนวลบนหลักเหตุและผล


3. มารยาทต่อคู่ชีวิต สามีภรรยา ภรรยาต้องให้เกียรติสามี ไปจนถึงบุพการีของสามี ต้องปฏิบัติต่อท่านเสมือนหนึ่งเป็นบุพการีของตัวเอง ต้องดูแลงานบ้านงานเรือนไม่ให้บกพร่อง แม้ชีวิตข้างนอกจะเป็นหญิงเก่งมาจากไหน เมื่ออยู่บ้านต้องทำตนเป็นภรรยาที่เอาใจใส่ดูแลความเป็นอยู่ของสามี บุตร ธิดา ถอดหัวโขนไว้นอกบ้าน กลับมาถึงบ้านต้องทำหน้าที่ภรรยาและแม่ให้สมบูรณ์


สามีต้องให้เกียรติภรรยา ดูแลบำรุงให้มีความสุขตามฐานะ ต้องยกย่องให้ได้รับการเชิดหน้าชูตาในสังคม ต้องหารือ ปรึกษาเรื่องการงานบ้าง อย่าให้โลกของภรรยาติดอยู่แต่ในครัวและเครื่องซักผ้า การสนทนากันด้วยการเกื้อกูล ให้เกียรติ จะเปลี่ยนชีวิตคู่จากจุดเริ่มต้นที่มาจากคู่เสน่หาไปสู่การเป็นคู่บุญ เพราะท้ายที่สุดแล้ว คู่ชีวิตคือคู่ร่วมทุกข์ร่วมสุข เอาใจใส่ดูแลให้คำปรึกษา ห่วงใยปลอบประโลมซึ่งกันและกัน หากจะร้องไห้ให้ใครเห็น การร้องไห้กับภรรยาคือการแสดงความรักและความไว้เนื้อเชื่อใจได้ดีที่สุด


หากตระหนักว่าตนมีการกระทำที่ขาดการไตร่ตรองไป ผิดมารยาทกับใครไว้ก็ควรขอโทษต่อกัน การกระทำที่ผิดมารยาทกับผู้ทรงศีลทรงธรรมนั้น ไม่ใช่การกระทบอัตตาของท่าน แต่เป็นการกระทบคุณธรรมของท่าน หนักกว่ากระทบอัตตา การไม่ให้เกียรติ ไม่กระทำให้สมฐานะ เป็นการดึงฐานะของตนให้ต่ำลงไปด้วย เพราะกรรมแสดงผลกลับด้าน เมื่อหมิ่นท่าน ผู้หมิ่นจึงต้องมีชีวิตที่จมลง หากไม่เจตนาหรือเพียงคิดไม่ถึง ก็น้อมจิตขอขมาต่อกันได้


มารยาท เป็นเรื่องของการเคารพล้วน ๆ แล้วแตกออกมาเป็นการปฏิบัติแขนงต่าง ๆ พึงให้ความสำคัญเรื่องจรรยามารยาทไว้ให้มาก ทำดีมาแทบตาย อย่าให้ตกม้าตายเรื่องมารยาท ทั้งนี้เพื่อความเจริญรุ่งเรือง เพื่อการเป็นผู้ไม่พลาด และเพื่อได้สั่งสมบุญกุศลหนุนชีวิตสืบไป ทั้งปัจจุบันและในกาลข้างหน้าอันยาวนาน


อาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล


จากคอลัมน์ “ข้ามห้วงมหรรณพ” นิตยสารข้ามห้วงมหรรณพฉบับที่ 42

ดู 25 ครั้ง

โพสต์ล่าสุด

ดูทั้งหมด