techo.png

ประตูบานสุดท้าย

อัปเดตเมื่อ ก.ค. 20

อาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล

อาจารย์อัจฉราวดี_ธรรมะสอนใจ_ประตูบานสุดท้าย

อุปสรรคสำคัญที่บุคคลไม่สามารถบำเพ็ญบารมีไปจนถึงขั้นหลุดพ้น คือการติดสุขและติดทุกข์ ในภาษาธรรมว่า กามสุขัลลิกานุโยค อัตตกิลมถานุโยค การติดสุขคือติดอยู่กับความสุข ความสะดวกสบาย ความรื่นเริงบันเทิงใจ การติดทุกข์คือการติดจมอยู่กับความทุกข์ หรือทรมานตัวเองให้เป็นทุกข์ ด้วยคิดว่านั่นคือวิธีแห่งการทำให้พ้นทุกข์ได้ เช่น การทรมานตนเอง สำหรับการติดสุขของคนในปัจจุบัน ไม่ต้องพูดถึงเรื่องการหมกมุ่นในกามสุขหรอก เอาแค่ติดห้องแอร์ ไม่สามารถนอนในห้องที่ไม่มีแอร์ได้ นี่ก็ถือเป็นกามสุขัลลิกานุโยคแล้ว


กล่าวดังนี้ คนติดแอร์ก็คงสะดุ้ง ใครที่ก้าวข้ามอุปสรรคทางใจนี้ได้ ก็ถือว่าได้ออกเดินตามเส้นทางที่พระพุทธองค์ทรงชี้ไว้ เมื่อเปิดประตูบานแรกได้ บานต่อ ๆ ไปจะตามมาเป็นสาย เป็นกฎของแรงดึงดูด เพราะเมื่อฟันฝ่าพาตนมาสู่คลื่นแห่งกุศลได้ พลังโลกุตรธรรมก็จะไหลเข้ามาและนำพาไปสู่ความเจริญอย่างยั่งยืน กระนั้นก็มิได้หมายความว่าระหว่างทางที่เดินจะไม่พบอุปสรรค จะราบรื่นเหมือนทางที่โรยด้วยกลีบกุหลาบ ก็ในเมื่อเราเกิดมานับอสงไขยไม่ได้ ในเวลาใดเวลาหนึ่ง บุคคลย่อมถูกวิบากกรรมมาทดสอบความหนักแน่นของใจ ความหนักแน่นนี่เองคือเครื่องกำหนดบารมีของบุคคล


เรามักมองคำสอนของพระพุทธเจ้าเป็นเรื่องไกลตัวหรือเป็นเรื่องเฉพาะตัวของนักบวช แต่จริง ๆ ทุกสิ่งรอบตัวเราคือบททดสอบกำลังใจและกำลังความหนักแน่นทั้งสิ้น บุคคลที่เป็นที่หนึ่งไม่ได้มีอะไรต่างกับเรานักหรอก แต่ความแตกต่างที่ชัดเจนคือเขามีกำลังใจที่หนักแน่นมั่นคงในการทำความดีที่ทำได้ยาก การที่ศิษย์ออกบวชได้ในภาคฤดูร้อนโดยไม่หวั่นไหวกับอากาศร้อนนี่ถือว่าได้ยกกำลังบารมีสูงยิ่งขึ้นกว่าปกติ

กล่าวถึงเรื่องการบวชเป็นพระภิกษุ ในวัยเด็กอาจารย์เคยสงสัยว่า ทำไมในหลวงรัชกาลที่ 9 ไม่ผนวชตลอดชีวิตเพื่อให้บรรลุเป็นพระอรหันต์ ก็การเป็นพระอรหันต์คือบุญที่สูงที่สุดไม่ใช่หรือ ทำไมพระองค์ดำรงตนเป็นฆราวาส ประกอบพระราชกรณียกิจมากมายนับไม่ถ้วนเพื่อพสกนิกร ในที่สุดอาจารย์ก็ได้คำตอบ


ฐานบุญบารมีของแต่ละคนต่างกัน หากผู้ที่มีบุญญาธิการเป็นประมุขของชาติ ออกบวชตลอดชีวิต โดยละทิ้งผู้ที่ยังไม่พร้อม และรอการช่วยเหลือเกื้อหนุนให้พ้นจากความยากลำาบาก นั่นก็เป็นการละทิ้งหน้าที่ของผู้ที่ต้องบำบัดทุกข์บำรุงสุข ท่านผู้มีบุญญาธิการสูงส่งจึงมักบำเพ็ญในฝั่งของพระโพธิสัตว์ คือมาโปรดโลกได้ถ้วนทั่วเสมอกัน เป็นผู้อุปถัมภ์ทั้งพระพุทธศาสนาและสังคม มาช่วยเหลือให้เวไนยสัตว์พ้นทุกข์ตามสภาวะ และเปิดโอกาสให้มหาชนทำคุณงามความดีจนบารมีเต็ม หากมุ่งแต่จะออกบวชเสียแล้ว ก็จะพบกับข้อจำกัดนานัปการ ในการข้องเกี่ยวทางโลก ทำให้ผู้ตกทุกข์ได้ยากขาดที่พึ่งพิง โลกุตรธรรมจึงแบ่งแยกผู้มีบุญบารมีสูงส่งออกเป็นฟากพระอรหันต์กับฟากพระโพธิสัตว์ โดยฟากพระอรหันต์เป็นแม่แบบให้เห็นว่า การจะสิ้นทุกข์ได้ต้องประพฤติและบำเพ็ญอย่างไรจึงถึงฝั่งได้เร็ว


ฟากพระโพธิสัตว์ก็เป็นฝั่งของการบำเพ็ญด้านเสียสละเกื้อกูล และเตรียมคนหมู่มากมหาศาลให้ได้พ้นทุกข์ ให้เตรียมจิตเตรียมตนอยู่ในทางอริยมรรค โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และไม่มีเส้นแบ่งกั้นวิถีบรรพชิตกับฆราวาสจนกลายเป็นอุปสรรคใหญ่ เช่น การต้องละทิ้งครอบครัวในขณะที่ตนยังมีหน้าที่ต้องเกื้อกูล ผู้ที่บำเพ็ญเป็นพระโพธิสัตว์ต้องเสียสละสูงมาก และมีจิตมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าในการบำเพ็ญคุณงามความดีในทุก ๆ ด้าน จนในที่สุดบารมีขึ้นถึงจุดสูงสุด ส่งผลให้พร้อมแก่การเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในอนาคต และหมู่ชนมหาศาลที่พระโพธิสัตว์ได้เคยเกื้อกูลไว้ ก็จะกลับมาเป็นกำลังสำคัญในการหมุนธรรมจักรให้พระพุทธศาสนาสืบต่อไปได้


โลกุตรธรรมนั้นละเอียดอ่อน ประณีต แยบคาย ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เราจึงต้องเคารพสักการะทั้งพระโพธิสัตว์และพระอรหันต์โดยไม่คิดว่าใครสูงกว่า การคิดเช่นนั้นคือความไม่รู้ความแยบคาย พระอาจารย์สมเด็จพระพุฒาจารย์โตกล่าวไว้ว่า ในโลกวิญญาณนั้นนับถือพระโพธิสัตว์มากกว่าพระอรหันต์ เพราะบางครั้งพระโพธิสัตว์สามารถจะหลีกเร้นบำเพ็ญให้สิ้นภพจบชาติแล้ว แต่ก็ยังไม่ทำ ยังยินดีที่จะกลับมาเกิด มาเวียนว่ายฟันฝ่ามหรรณพ เพื่อมาเกื้อกูลเวไนยสัตว์ทั้งมวล แม้บำเพ็ญจนถึงที่สุดแล้วก็ยังมุ่งมั่นเกื้อกูลเวไนยสัตว์ต่อไป ที่เรียกว่า โกยสัตว์ เกื้อกูลผู้อ่อนแอใ ห้ไม่สิ้นสูญกำลังใจ ให้เขายังศรัทธาในความดีไว้ให้มั่น เพื่อไม่ให้ตกสู่ที่ต่ำจนสิ้นหนทางที่จะได้อัตภาพความเป็นมนุษย์


ส่วนฟากบรรพชิต พระอรหันต์ก็เป็นภาพตัวอย่างและแรงบันดาลใจให้เห็นว่า ทั้งหมดทั้งมวลที่ชีวิตของคนคนหนึ่งประสบมาภายใต้วงจรโลกธรรมแปด คือการมีลาภ เสื่อมลาภ มียศ เสื่อมยศ มีทุกข์ มีสุข มีสรรเสริญ มีนินทา หากต้องการหนีไปให้พ้นจากความทุกข์ทางใจและทางกาย เธอจงละความอาลัยในโลกเสีย การออกบวชคือหนทางในการสลัดทุกข์ได้อย่างรวดเร็ว อยากไปเร็วก็ต้องมุ่งสายอรหันต์ อยากสร้างบารมีด้านเสียสละ ปรารถนาพุทธภูมิ ก็มุ่งสายโพธิสัตว์ แต่หากอยากหลุดพ้นเร็วแบบไม่บวชก็บำเพ็ญได้ แต่กำลังใจต้องสูงส่ง ในการไม่ติดหล่มโลกียวิสัย ทั้งสายอรหันต์และสายโพธิสัตว์ คือวิธีการทำงานของโลกุตรธรรมในการเกื้อกูลสรรพสัตว์ทั้งมวล


เวลาพระพุทธองค์ทรงโปรดคฤหัสถ์ ก็ทรงสอนธรรมว่าด้วยการครองเรือน เวลาโปรดพระราชาก็ทรงสอนธรรมว่าด้วยการปกครอง พระองค์มิได้ทรงเลือกสอนเฉพาะธรรมให้เป็นบรรพชิต เพราะเมื่อผู้ครองเรือน พ่อค้า หรือนักปกครองประพฤติตนอยู่ในทำนองคลองธรรมแล้ว ก็คือการเปิดประตูแห่งอริยมรรค เมื่อบานหนึ่งเปิดออก บานต่อ ๆ ไปก็จะเปิดออกได้ จนในที่สุดเมื่อเวลาของเขามาถึง เขาจะสามารถบำเพ็ญให้ถึงที่สุดแห่งทุกข์ได้ ธรรมะที่ทรงสอนจึงจำแนกเป็นเบื้องต้น เบื้องกลาง เบื้องสูง เมื่อเปิดประตูเบื้องต้นได้ หากใจมั่นคงพอ บานสุดท้ายย่อมเปิดได้ ด้วยแรงหนุนส่งจากคุณพระศรีรัตนตรัย


ก่อนจะไปถึงบานสุดท้าย ขอให้หมั่นละกามสุขัลลิกานุโยค ที่อิงแอบแนบอารมณ์เป็นเนื้อเดียว ละเมื่อยามต้องละ ละด้วยกำลังของจิตว่าจะละ มิใช่ด้วยการถูกบังคับ นั่นไม่ใช่บารมี การละนี้ก็ต้องตั้งอยู่ในทางสายกลางและกาลเทศะ มิใช่พออาจารย์กล่าวเช่นนี้ก็ไปปิดแอร์ที่คนที่บ้านเขายังต้องการอยู่ หรือทำตนให้ลำบาก อยู่ในห้องที่อับร้อน ไม่มีพัดลมให้อากาศถ่ายเท นี่คือการทรมานตัวเอง ต้องดำรงอยู่ในทางสายกลาง การละการติดแอร์คือการละความอาลัยอาวรณ์ต่อความสะดวกสบาย มาถือศีลบวชเนกขัมมะอยู่อย่างพอเพียง


ในวันที่อาจารย์ปฏิบัติธรรมถึงจุดสำคัญ อาจารย์ดึงเส้นผมทั้งศีรษะ ยกขึ้นมา ปรารถนาจะโกนทิ้ง! เจตนาที่ละแล้ว นี่คือบารมี ต่อเมื่อคำนึงถึงฐานะที่ตนต้องดำรงอยู่ ก็ไม่ได้โกนผมทิ้งแต่อย่างใด ในเมื่อผมที่ยังรักษาไว้อยู่ก็เพื่อประนีประนอม ถนอมน้ำใจผู้ที่อยู่ร่วมกันมา ทั้งยังสามารถเป็นแบบอย่างให้ผู้ครองเรือนเห็นว่า การเป็นฆราวาสมิใช่อุปสรรคในการบำเพ็ญแต่อย่างใด อยู่ที่ใจต่างหาก มิใช่ที่เครื่องแบบ เมื่อนั้นชีวิตภาคสายลับที่ดูเหมือน ๆ แต่ความไม่เหมือนนั้นใหญ่ยิ่งก็บังเกิด ทั้งนี้เพื่อเป็นแบบอย่างของการบำเพ็ญให้ถึงขั้นสูงสุด


ในวันนี้ พระนวกะและบรรพชิตผู้ปฏิบัติธรรมในสายเตโชวิปัสสนาได้อยู่ในความอนุเคราะห์ของพระคุณเจ้าสัญชัย จิตตภโล จงพากเพียรบำเพ็ญอย่างยิ่งยวดเถิด เพราะนั่น อาจหมายถึงเวลาที่สะสมบารมีมาเนิ่นนานนับแต่ได้เวียนว่ายตายเกิดมา ถึงเวลาที่ต้องทุ่มเทกำลังไปเปิดประตูบานสุดท้าย


ขอทุกคนผู้มั่นในความดีแล้ว จงเร่งเพียรทำหน้าที่ของตนให้สมดุลและสมบูรณ์ เกื้อกูลโลก เกื้อกูลธรรม เมื่อประตูบานแรกเปิดออกแล้ว การเปิดประตูบานต่อ ๆ ไปย่อมไม่ยากเลย


อาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล

จากคอลัมน์​ "ข้ามห้วงมหรรณพ" นิตยสารข้ามห้วงมหรรณพฉบับที่ 41

ดู 79 ครั้ง

โพสต์ล่าสุด

ดูทั้งหมด